ข่าวแผ่นดินไหวใหญ่เด้งขึ้นมาในมือถือ คำถามแรกไม่ใช่ "แรงแค่ไหน" แต่คือ "เกี่ยวกับฉันไหม" — และคำตอบต่างกันมากตามว่าคุณอยู่ตรงไหน

ขั้นที่ 1 — อ่านข่าวให้เป็นภายใน 2 นาที

ก่อนจะทำอะไร ให้ตอบสามคำถามนี้ก่อน ซึ่งใช้เวลาไม่นานและตัดความตื่นตระหนกที่ไม่จำเป็นออกไปได้เกือบทั้งหมด

  1. เกิดที่ไหน — ถ้าอยู่ในแปซิฟิก (ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ชิลี อะแลสกา) และคุณอยู่ในไทย ผลกระทบโดยตรงแทบเป็นศูนย์ แต่ถ้าเกิดในเมียนมา ลาว หรือภาคเหนือ-ตะวันตกของไทย นั่นคือเรื่องที่ต้องสนใจจริง
  2. ลึกเท่าไหร่ — ลึกเกิน 300 กิโลเมตรมักไม่สร้างความเสียหายบนผิวดินมากนัก ส่วนที่ตื้นกว่า 70 กิโลเมตรคือกลุ่มที่ต้องจับตา
  3. มีประกาศจากหน่วยงานไทยหรือยัง — ถ้าเรื่องกระทบไทย กรมอุตุนิยมวิทยาหรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะออกประกาศ ถ้ายังไม่มี แปลว่ายังไม่ถึงเกณฑ์

ข้อควรระวังคือธง tsunami ในข้อมูลของ USGS ไม่ใช่ประกาศเตือนภัย มันหมายถึงระบบกำลังประเมินความเป็นไปได้เท่านั้น การเห็นธงนี้แล้วแชร์ว่า "เตือนสึนามิแล้ว" คือความเข้าใจผิดที่เกิดซ้ำทุกครั้ง

ดูข้อมูลดิบเองได้: ตำแหน่ง ขนาด และความลึกของแผ่นดินไหวล่าสุดทั่วโลก พร้อมการเทียบว่ากิจกรรมตอนนี้ผิดปกติหรือไม่ ดูที่ หน้าวงแหวนแห่งไฟ · แผนที่สดรายวันที่ แผนที่แผ่นดินไหวโลก

ขั้นที่ 2 — ถ้าคุณอยู่ในอาคารและรู้สึกสั่น

ในไทย สถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดคืออยู่ในตึกสูงแล้วรู้สึกโคลงเคลง จากแผ่นดินไหวไกลๆ ในเมียนมาหรือลาว ตึกสูงในกรุงเทพฯ รู้สึกได้ชัดกว่าบ้านเตี้ยเพราะชั้นดินอ่อนของที่ราบเจ้าพระยาขยายคลื่นคาบยาว ซึ่งตรงกับคาบการสั่นของอาคารสูงพอดี

สิ่งที่ต้องทำคือ หมอบ–ป้อง–เกาะ (Drop, Cover, Hold On) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล

  • หมอบ ลงกับพื้นทันที อย่าพยายามวิ่ง เพราะการล้มระหว่างพื้นสั่นคือสาเหตุบาดเจ็บอันดับต้นๆ
  • ป้อง ศีรษะและคอ เข้าไปใต้โต๊ะที่แข็งแรง ถ้าไม่มีให้หมอบข้างเฟอร์นิเจอร์เตี้ยที่มั่นคงและใช้แขนป้องศีรษะ
  • เกาะ ขาโต๊ะไว้และเคลื่อนไปกับมันจนกว่าการสั่นจะหยุด

สิ่งที่ ไม่ ควรทำ คือวิ่งออกนอกอาคารระหว่างที่ยังสั่น เพราะเสี่ยงกับของตกจากด้านบน และห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด ถ้าอยู่ในลิฟต์ตอนเกิดเหตุให้กดทุกชั้นแล้วออกที่ชั้นแรกที่ประตูเปิด

เมื่อการสั่นหยุดแล้วค่อยออกจากอาคารตามทางหนีไฟ ระวังเศษกระจกและวัสดุที่อาจร่วงตามมา และอย่ากลับเข้าอาคารจนกว่าจะมีการตรวจสอบ เพราะอาฟเตอร์ช็อกมักตามมาและอาจทำให้โครงสร้างที่เสียหายอยู่แล้วพังลง

การฝึกซ้อมท่าหมอบ ป้อง เกาะ ใต้โต๊ะขณะเกิดแผ่นดินไหว
หมอบ–ป้อง–เกาะ คือมาตรฐานสากล การวิ่งออกจากอาคารระหว่างพื้นยังสั่นอันตรายกว่าการอยู่ใต้โต๊ะ · ภาพ: Oregon Department of Transportation · CC BY 2.0 · via Wikimedia Commons
Advertisement

ขั้นที่ 3 — ถ้าคุณอยู่ชายหาดฝั่งอันดามัน

นี่คือกรณีเดียวที่คนไทยต้องรีบจริงๆ และต้องเข้าใจภูมิศาสตร์ให้ตรง สึนามิที่จะถึงฝั่งอันดามันมาจาก ร่องมุดตัวซุนดา ในมหาสมุทรอินเดีย ไม่ใช่จากวงแหวนแห่งไฟในแปซิฟิก ดังนั้นข่าวแผ่นดินไหวใหญ่ที่ญี่ปุ่นหรือชิลีไม่ใช่เหตุให้ต้องอพยพจากหาดป่าตอง

แต่ถ้าเป็นแผ่นดินไหวใหญ่ทางตะวันตกของสุมาตรา ให้ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนทันที และมีสัญญาณธรรมชาติสามอย่างที่ต้องรู้ เพราะบางครั้งมันมาก่อนประกาศทางการ

  • รู้สึกแผ่นดินไหวรุนแรงขณะอยู่ชายหาด จนยืนไม่อยู่ — ไม่ต้องรอประกาศ ขึ้นที่สูงทันที
  • น้ำทะเลลดผิดปกติ เห็นพื้นทรายเป็นบริเวณกว้าง — นี่คือร่องคลื่นมาถึงก่อน สัญญาณนี้เหลือเวลาไม่กี่นาที
  • ได้ยินเสียงดังผิดปกติจากทะเล คล้ายเสียงเครื่องบินหรือรถไฟ

สิ่งที่ต้องทำคือขึ้นที่สูงหรือเข้าไปในแผ่นดินให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้ ตามป้ายเส้นทางอพยพซึ่งติดตั้งไว้ตามชายหาดฝั่งอันดามัน และ ห้ามกลับลงไปดูหลังคลื่นลูกแรกผ่านไป เพราะสึนามิเป็นชุดคลื่นและลูกที่ใหญ่ที่สุดมักไม่ใช่ลูกแรก

สภาพความเสียหายในภูเก็ตหลังเหตุการณ์สึนามิปี 2547
ภูเก็ตหลังสึนามิ 2547 — เหตุการณ์ที่ทำให้ไทยมีระบบเตือนภัย ทุ่นตรวจวัด และเส้นทางอพยพอย่างที่มีทุกวันนี้ · ภาพ: Milei.vencel · CC BY-SA 3.0 · via Wikimedia Commons

ขั้นที่ 4 — ถ้าคุณกำลังเที่ยวอยู่ในประเทศวงแหวนไฟ

คนไทยเดินทางไปญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียจำนวนมาก ซึ่งล้วนอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ สิ่งที่ควรทำมีดังนี้

  • ก่อนไป — บันทึกเบอร์สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นไว้ในมือถือ และลงทะเบียนคนไทยในต่างประเทศถ้าประเทศนั้นมีระบบ
  • ที่พัก — ดูทางหนีไฟตั้งแต่วันแรกที่เช็กอิน ในญี่ปุ่นโรงแรมมักมีคู่มือแผ่นดินไหวในห้อง ควรอ่านสักครั้ง
  • แอปเตือนภัย — ญี่ปุ่นมีระบบเตือนล่วงหน้าที่ส่งเข้ามือถือโดยตรงและมักเตือนก่อนแรงสั่นถึงไม่กี่วินาที ควรเปิดรับการแจ้งเตือนฉุกเฉินไว้
  • ถ้าเกิดเหตุ — ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเป็นหลัก ติดต่อครอบครัวให้รู้ว่าปลอดภัย และเช็กสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรง ไม่ใช่จากข่าวลือ
  • เถ้าภูเขาไฟ — ถ้ามีการปะทุ เที่ยวบินอาจถูกยกเลิกแม้อากาศดี เพราะเถ้าทำลายเครื่องยนต์ ให้เผื่อแผนและติดตามประกาศสายการบิน

เมื่อไหร่ที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

สำคัญพอๆ กับการรู้ว่าต้องทำอะไร คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ไม่ต้องทำอะไร ซึ่งเป็นกรณีส่วนใหญ่

แผ่นดินไหวขนาด M4.5 ขึ้นไปเกิดขึ้นทั่วโลกราวร้อยครั้งต่อสัปดาห์ และกว่า 80% อยู่ในวงแหวนแห่งไฟ นี่คือค่าปกติ ไม่ใช่สัญญาณเตือนอะไร การเห็นข่าวถี่ขึ้นส่วนใหญ่สะท้อนความเร็วของโซเชียลมีเดียและเครือข่ายตรวจวัดที่หนาแน่นขึ้น ไม่ได้สะท้อนว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป

ถ้าเหตุการณ์อยู่ในแปซิฟิก ไม่มีประกาศจากหน่วยงานไทย และคุณไม่ได้มีคนรู้จักหรือแผนเดินทางไปพื้นที่นั้น — ไม่ต้องทำอะไรเลยคือคำตอบที่ถูกต้อง

เส้นขอบฟ้าอาคารสูงย่านราชดำริ กรุงเทพมหานคร ยามพลบค่ำ
ตึกสูงในกรุงเทพฯ รู้สึกแรงสั่นจากแผ่นดินไหวไกลได้ชัดกว่าบ้านเตี้ย เพราะชั้นดินอ่อนขยายคลื่นคาบยาวที่ตรงกับคาบการสั่นของอาคาร · ภาพ: Sergei Gussev · CC BY 4.0 · via Wikimedia Commons

ของที่ควรมีติดบ้านไว้ล่วงหน้า

สิ่งเหล่านี้ใช้ได้กับภัยหลายชนิด ไม่ใช่แค่แผ่นดินไหว จึงคุ้มค่าที่จะเตรียมแม้ความเสี่ยงแผ่นดินไหวในไทยจะไม่สูง

รายการทำไมต้องมี
ไฟฉาย + ถ่านสำรองไฟดับเป็นสิ่งแรกที่เกิด และห้ามใช้เทียนเพราะอาจมีแก๊สรั่ว
พาวเวอร์แบงก์ที่ชาร์จเต็มมือถือคือช่องทางรับข่าวและติดต่อครอบครัว
น้ำดื่มและอาหารแห้ง 3 วันระบบน้ำประปาอาจหยุดชั่วคราว
ชุดปฐมพยาบาล + ยาประจำตัวโรงพยาบาลอาจเข้าถึงยากในช่วงแรก
สำเนาเอกสารสำคัญบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน กรมธรรม์ ถ่ายเก็บในคลาวด์ด้วย
จุดนัดพบของครอบครัวเครือข่ายมือถืออาจล่มชั่วคราว ต้องตกลงกันไว้ก่อน
Advertisement

สรุป

สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจถูกเมื่อเห็นข่าวแผ่นดินไหวคือการดูตำแหน่งและความลึกก่อนเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขขนาด สำหรับคนไทยที่อยู่ในไทย เหตุการณ์ในแปซิฟิกแทบไม่มีผลโดยตรง สิ่งที่ต้องระวังจริงคือรอยเลื่อนในเมียนมาและลาวที่ทำให้ตึกสูงสั่น และสึนามิจากร่องซุนดาที่กระทบฝั่งอันดามัน

เมื่ออยู่ในอาคารและรู้สึกสั่นให้หมอบ–ป้อง–เกาะ ห้ามวิ่งและห้ามใช้ลิฟต์ เมื่ออยู่ชายหาดฝั่งอันดามันแล้วเห็นน้ำลดผิดปกติให้ขึ้นที่สูงทันทีโดยไม่ต้องรอประกาศ และเมื่อไปเที่ยวประเทศวงแหวนไฟให้รู้ทางหนีไฟกับเบอร์สถานทูตไว้ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ไทยมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ไหม

ไทยมีรอยเลื่อนมีพลังอยู่หลายแนว โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันตก ซึ่งเคยก่อแผ่นดินไหวขนาดปานกลางที่สร้างความเสียหายได้ แต่ไทยไม่ได้อยู่บนแนวมุดตัวจึงไม่มีศักยภาพเกิดแผ่นดินไหวระดับ M8–9 แบบญี่ปุ่นหรือชิลี ความเสี่ยงหลักคือแผ่นดินไหวขนาดกลางที่ตื้นและใกล้ชุมชน

อยู่คอนโดชั้นสูงควรทำอย่างไรต่างจากบ้านชั้นเดียว

หลักการเดียวกันคือหมอบ–ป้อง–เกาะ แต่ในอาคารสูงจะรู้สึกแรงกว่าและนานกว่า ให้อยู่กับที่จนหยุดสั่นแล้วค่อยใช้บันไดหนีไฟลง ห้ามใช้ลิฟต์ และควรรู้ตำแหน่งบันไดหนีไฟที่ใกล้ที่สุดไว้ล่วงหน้า

ประกันภัยครอบคลุมแผ่นดินไหวไหม

กรมธรรม์อัคคีภัยบ้านอยู่อาศัยมาตรฐานในไทยมักรวมภัยธรรมชาติกลุ่มหนึ่งไว้โดยมีวงเงินจำกัด ควรอ่านเงื่อนไขว่าครอบคลุมแผ่นดินไหวหรือไม่และวงเงินเท่าไหร่ เพราะแต่ละกรมธรรม์ต่างกัน หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอาจต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่ม

อาฟเตอร์ช็อกอันตรายแค่ไหน

อาฟเตอร์ช็อกมักเล็กกว่าเหตุการณ์หลัก แต่อันตรายเพราะมาซ้ำที่โครงสร้างซึ่งเสียหายไปแล้ว อาคารที่ยังยืนอยู่หลังเหตุการณ์หลักอาจพังลงในอาฟเตอร์ช็อกได้ จึงไม่ควรกลับเข้าอาคารที่มีรอยร้าวจนกว่าจะมีวิศวกรตรวจสอบ

แหล่งอ้างอิง

  • ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (NDWC) — ประกาศเตือนภัยสึนามิและเส้นทางอพยพชายฝั่งอันดามัน
  • กรมอุตุนิยมวิทยา กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว — ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
  • USGS Earthquake Catalog — ข้อมูลแผ่นดินไหวทั่วโลกที่ใช้ประกอบหน้าเรียลไทม์ของเรา
  • แนวปฏิบัติ Drop, Cover, Hold On — มาตรฐานสากลที่ใช้ในการฝึกซ้อมรับมือแผ่นดินไหว

อ่านต่อ: วงแหวนแห่งไฟเรียลไทม์ · แยกสัญญาณเตือน 3 ชนิด · 3 ประเทศวงแหวนไฟที่ไทยต้องจับตา