คำนวณค่างวด ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ
ใส่ยอดกู้ ดอกเบี้ย และจำนวนปี รู้ค่างวดต่อเดือน ดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่ายจริง และตารางผ่อนทุกงวด — เลือกได้ว่าดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก (บ้าน) หรือคงที่ Flat Rate (รถ)
ลดต้นลดดอก กับ ดอกเบี้ยคงที่ ต่างกันตรงไหน
ลดต้นลดดอก (Effective Rate) คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่เหลือจริง ยิ่งผ่อนไปเงินต้นยิ่งลด ดอกเบี้ยในแต่ละงวดก็ลดตาม สินเชื่อบ้านของไทยใช้วิธีนี้ และการโปะเงินก้อนจะช่วยลดดอกเบี้ยได้จริง
ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คิดดอกเบี้ยจากยอดกู้เต็มจำนวนตั้งแต่วันแรก คูณด้วยจำนวนปี แล้วหารเฉลี่ยทุกงวด ต่อให้ผ่อนไปครึ่งทางแล้วดอกก็ยังคิดบนยอดเดิม สินเชื่อรถยนต์ส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้ และการโปะมักไม่ช่วยลดดอกเท่าแบบลดต้นลดดอก
ตัวเลขสองแบบนี้เอามาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
ธนาคารแห่งประเทศไทยเตือนไว้ชัดว่าห้ามเอา Flat Rate ไปเทียบกับอัตราลดต้นลดดอก เพราะวิธีคิดคนละแบบ — ตัวอย่างของ ธปท. คือ Flat 4% ต่อปี เทียบเท่าลดต้นลดดอกราว 7.2% (คูณประมาณ 1.8 เท่า) เครื่องมือนี้จึงคำนวณอัตราเทียบเท่าจากกระแสเงินสดจริงให้ดู ไม่ได้ใช้สูตรคูณ 1.8 เพราะตัวคูณจริงเปลี่ยนตามระยะเวลาผ่อน
วิธีคำนวณที่เครื่องมือนี้ใช้
- ลดต้นลดดอก — ค่างวด = เงินต้น × i ÷ [1 − (1+i)−n] โดย i คือดอกเบี้ยต่อเดือน (ต่อปี ÷ 12) และ n คือจำนวนงวด
- ดอกเบี้ยคงที่ — ดอกเบี้ยรวม = เงินต้น × อัตราต่อปี × จำนวนปี แล้วค่างวด = (เงินต้น + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวด
- อัตราเทียบเท่า — หาอัตราลดต้นลดดอกที่ทำให้ค่างวดเท่ากับของ Flat พอดี ด้วยการไล่หาค่าทีละขั้น (bisection)
ผลที่ได้เป็นการประมาณเพื่อให้เห็นภาพและเทียบข้อเสนอ ตัวเลขจริงในสัญญาอาจต่างออกไปเพราะมีค่าธรรมเนียม ประกัน วันตัดรอบ และเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดของแต่ละธนาคาร — เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล
ใช้ตอนไหนได้บ้าง
- ก่อนไปคุยกับธนาคาร — ลองใส่ดอกเบี้ยหลายอัตราดูว่าค่างวดต่างกันเท่าไร จะได้รู้ว่าต่อรองได้คุ้มแค่ไหน
- เทียบข้อเสนอรถ — ไฟแนนซ์บอก Flat 3% ฟังดูถูก แต่พอแปลงเป็นลดต้นลดดอกแล้วอาจสูงกว่าที่คิดเกือบเท่าตัว
- ดูว่าผ่อนสั้นลงคุ้มไหม — ลดจาก 30 ปีเหลือ 20 ปี ค่างวดขึ้นเท่าไร แลกกับดอกเบี้ยรวมที่ประหยัดได้เท่าไร
- วางแผนรีไฟแนนซ์ — เทียบค่างวดเดิมกับอัตราใหม่ แล้วดูต่อที่ คู่มือรีไฟแนนซ์บ้าน ว่าคุ้มค่าใช้จ่ายย้ายไหม