อยากได้ดอกเบี้ยบ้านถูกลง แต่ไม่อยากเสียเวลายื่นเอกสารกับธนาคารใหม่ทั้งกอง — มีทางที่คนส่วนใหญ่มองข้าม และบางกรณีคุ้มกว่าด้วย
รีเทนชันคืออะไร
รีเทนชัน (Retention) คือการขอให้ธนาคารเดิมที่คุณผ่อนอยู่ลดอัตราดอกเบี้ยให้ โดยไม่ต้องย้ายสินเชื่อไปไหน ต่างจากการรีไฟแนนซ์ซึ่งหมายถึงการย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่
ธนาคารยอมลดให้เพราะไม่อยากเสียลูกค้าที่ผ่อนดีไปให้คู่แข่ง — ชื่อ “retention” ก็มาจากการรั้งลูกค้าไว้นั่นเอง
รีเทนชันกับรีไฟแนนซ์ ต่างกันตรงไหนบ้าง
| หัวข้อ | รีเทนชัน (ธนาคารเดิม) | รีไฟแนนซ์ (ย้ายธนาคาร) |
|---|---|---|
| ค่าจดจำนองใหม่ | ไม่ต้องจด | ต้องจด — 1% ของวงเงิน |
| ค่าอากรแสตมป์ | ไม่มี | 0.05% ของวงเงิน |
| ค่าประเมินหลักทรัพย์ | ส่วนใหญ่ไม่ต้องประเมินใหม่ | ราว 3,000 บาท (บางแห่งยกเว้น) |
| ค่าธรรมเนียมหลัก | ค่าธรรมเนียมรีเทนชันของธนาคาร | ค่าดำเนินการ + ประกันอัคคีภัย |
| เอกสาร | น้อย ส่วนใหญ่ยื่นแค่ใบคำขอ | เยอะ เหมือนขอสินเชื่อใหม่ |
| ระยะเวลา | เร็ว มักรู้ผลในไม่กี่วันถึง 2 สัปดาห์ | นานกว่า มักราว 1 เดือน |
| ดอกเบี้ยที่ได้ | มักลดน้อยกว่า | มักลดได้มากกว่า |
สรุปสั้นๆ คือ รีเทนชันถูกและเร็วกว่า แต่ได้ส่วนลดดอกน้อยกว่า ส่วนรีไฟแนนซ์แพงและช้ากว่า แต่มีโอกาสได้ดอกต่ำกว่า
ค่าธรรมเนียมรีเทนชันเท่าไหร่
ตรงนี้ไม่มีตัวเลขกลาง แต่ละธนาคารคิดไม่เหมือนกัน — บางแห่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินคงเหลือ บางแห่งคิดเป็นจำนวนเงินคงที่ และบางช่วงมีโปรโมชันยกเว้นให้
วิธีที่ตรงที่สุดคือโทรถามธนาคารที่คุณผ่อนอยู่ แล้วขอ 2 ตัวเลข คือ ค่าธรรมเนียมรีเทนชันเท่าไหร่ และดอกเบี้ยใหม่ที่จะให้คือกี่เปอร์เซ็นต์ เอาสองตัวนี้มาเทียบกับข้อเสนอของธนาคารอื่นได้เลย
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติยอดหนี้คงเหลือ 2,000,000 บาท ถ้าย้ายธนาคาร ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นจะประมาณนี้
- ค่าจดจำนอง 1% = 20,000 บาท
- ค่าอากรแสตมป์ 0.05% = 1,000 บาท
- ค่าประเมินหลักทรัพย์ = ราว 3,000 บาท
- รวมคร่าวๆ = ราว 24,000 บาท (ยังไม่รวมค่าประกันอัคคีภัยและค่าธรรมเนียมธนาคาร)
ถ้าย้ายแล้วดอกเบี้ยลดลง 1% ต่อปี จะประหยัดดอกได้ราวปีละ 20,000 บาท แปลว่าใช้เวลาราว หนึ่งปีกว่าๆ ถึงจะคืนทุน — ถ้าคุณตั้งใจอยู่บ้านหลังนี้ยาว ก็คุ้ม แต่ถ้าคิดจะขายภายในปีสองปี อาจไม่ทันคุ้ม
ทีนี้ถ้ารีเทนชันแล้วธนาคารเดิมลดดอกให้ 0.5% ต่อปี ประหยัดได้ราวปีละ 10,000 บาท แต่จ่ายค่าธรรมเนียมแค่หลักพัน — จุดคุ้มทุนอาจสั้นกว่ามาก ทั้งที่ส่วนลดดอกน้อยกว่า
ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่เงื่อนไขจริงของธนาคารใดธนาคารหนึ่ง
วิธีตัดสินใจแบบไม่ต้องใช้สูตรซับซ้อน
เอาแค่ 3 ตัวเลขนี้ของแต่ละทางเลือกมาวางเทียบกัน
- ดอกที่ประหยัดได้ต่อปี = ยอดหนี้คงเหลือ × ส่วนต่างดอกเบี้ย
- ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้ดอกใหม่
- จุดคุ้มทุน = ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ÷ ดอกที่ประหยัดได้ต่อปี
ทางไหนคืนทุนเร็วกว่าและคุณยังจะอยู่บ้านหลังนี้นานกว่านั้น ทางนั้นคุ้มกว่า
เคล็ดลับที่ใช้ได้จริง — ลองขอใบเสนอจากธนาคารอื่นก่อน แล้วค่อยกลับไปคุยกับธนาคารเดิม เพราะเมื่อมีข้อเสนอในมือ อำนาจต่อรองจะต่างออกไป
ผ่อนยังไม่ถึง 3 ปี ทำได้ไหม
สัญญาสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่มีเงื่อนไขว่าถ้าไถ่ถอนก่อนครบ 3 ปี จะมีค่าปรับ ราว 2–3% ของยอดหนี้คงเหลือ ซึ่งกับยอด 2 ล้านบาทก็คือ 40,000–60,000 บาท มากพอที่จะกลืนส่วนลดดอกไปหลายปี
แต่ข้อสำคัญคือ ค่าปรับนี้มักใช้กับการย้ายไปธนาคารใหม่ ไม่ใช่การขอรีเทนชันกับธนาคารเดิม เพราะรีเทนชันไม่ได้ไถ่ถอนสัญญา แค่แก้ไขอัตราดอกเบี้ยในสัญญาเดิม
นั่นทำให้รีเทนชันเป็นทางที่เข้าท่ากว่าสำหรับคนที่ยังผ่อนไม่ครบ 3 ปี แต่ต้องเปิดสัญญาเงินกู้ของตัวเองอ่านเงื่อนไขให้ชัดก่อนเสมอ เพราะแต่ละธนาคารเขียนไม่เหมือนกัน
ขั้นตอนขอรีเทนชัน
- เช็กยอดหนี้คงเหลือและอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันของคุณ
- หาข้อเสนอจากธนาคารอื่นไว้เทียบ อย่างน้อย 1–2 แห่ง
- ติดต่อธนาคารเดิม แจ้งว่าต้องการขอลดอัตราดอกเบี้ย (รีเทนชัน)
- ขอทราบค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร
- คำนวณจุดคุ้มทุนของทั้งสองทาง แล้วค่อยตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
รีเทนชันทำได้บ่อยแค่ไหน
ส่วนใหญ่ทำได้เมื่อครบรอบอัตราดอกเบี้ยตามสัญญา เช่น ทุก 3 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
ขอรีเทนชันแล้วธนาคารปฏิเสธได้ไหม
ได้ ธนาคารพิจารณาจากประวัติการผ่อนเป็นหลัก ถ้าผ่อนตรงเวลามาตลอดโอกาสผ่านจะสูงกว่า
ถ้ารีเทนชันแล้ว ยังรีไฟแนนซ์ย้ายธนาคารทีหลังได้อยู่ไหม
ได้ แต่ต้องดูว่าการรีเทนชันรอบนั้นทำให้เกิดเงื่อนไขล็อกสัญญารอบใหม่หรือไม่ ให้ถามธนาคารให้ชัดก่อนเซ็น
สรุป
ถ้าเป้าหมายคือลดดอกโดยไม่อยากยุ่งยาก เริ่มจากถามธนาคารเดิมก่อนเสมอ เพราะต้นทุนต่ำและรู้ผลเร็ว แล้วค่อยเทียบกับข้อเสนอย้ายธนาคาร ถ้าส่วนต่างดอกมากพอจนคืนทุนได้ในเวลาที่คุณยังอยู่บ้านหลังนี้ การย้ายก็คุ้ม — ถ้าไม่ถึงขั้นนั้น รีเทนชันมักจบง่ายกว่าและได้ผลจริง
อ่านภาพรวมการรีไฟแนนซ์ทั้งกระบวนการเพิ่มเติมได้ที่ รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร คุ้มเมื่อไหร่
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่างๆ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดและต่างกันในแต่ละธนาคาร กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการเงินโดยตรงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง


