ยื่นกู้บ้าน ขอบัตรเครดิต หรือผ่อนรถ แล้วได้คำตอบว่าไม่ผ่าน คำแรกที่หลายคนนึกถึงคือ “ติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโร” ความจริงคือเครดิตบูโรไม่มีแบล็กลิสต์ และเราตรวจข้อมูลของตัวเองได้ก่อนยื่นกู้ทุกครั้ง

สรุป: เครดิตบูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เก็บประวัติสินเชื่อและการชำระหนี้ที่สถาบันการเงินสมาชิกรายงานเข้ามา ไม่มีบัญชีแบล็กลิสต์ และไม่ได้เป็นผู้อนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ ข้อมูลเก็บในระบบได้ ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่สมาชิกรายงาน ตรวจรายงานของตัวเองได้ผ่านแอปธนาคารหลายแห่งและช่องทางอื่น ถ้าถูกปฏิเสธสินเชื่อ มีสิทธิ์ขอตรวจสอบโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน และใครก็ตามที่รับ “ล้างประวัติเครดิตบูโร” แลกเงิน คือมิจฉาชีพ

เครดิตบูโรคืออะไร เก็บข้อมูลอะไรบ้าง

NCB ดำเนินงานภายใต้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อที่สมาชิก เช่น ธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต และบริษัทสินเชื่อ รายงานเข้ามา แล้วให้สมาชิกเรียกดูเพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อ โดยต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

ในรายงานข้อมูลเครดิตโดยทั่วไปจะมี

  • ข้อมูลส่วนตัว — ชื่อ เลขประจำตัว วันเกิด ที่อยู่ที่สถาบันการเงินรายงาน
  • รายการบัญชีสินเชื่อ — ประเภทสินเชื่อ ผู้ให้กู้ วงเงิน และยอดคงค้าง
  • ประวัติการชำระ — ชำระตรงเวลาหรือค้างชำระในแต่ละช่วง
  • ประวัติการเรียกดูข้อมูล — สถาบันใดเรียกดูข้อมูลของเรา และเมื่อไหร่

รายงานนี้เป็นประวัติการใช้สินเชื่อ ไม่ใช่รายงานฐานะการเงินทั้งหมด

ความจริงเรื่อง “แบล็กลิสต์”

ใน FAQ ของ NCB ระบุไว้ชัดเจนสองข้อ

  • บริษัทไม่มีบัญชีแบล็กลิสต์
  • บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติหรือไม่อนุมัติเงินกู้

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ สถาบันการเงินนำรายงานไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่น เช่น รายได้ ภาระหนี้เดิม อาชีพ และเกณฑ์ภายในของแต่ละแห่ง คนที่มีประวัติเหมือนกันจึงอาจได้ผลต่างกันในแต่ละธนาคาร และคนที่ประวัติดีก็อาจไม่ผ่านได้ถ้าภาระหนี้สูงเกินเกณฑ์

Advertisement

ข้อมูลอยู่ในระบบนานแค่ไหน

ตาม FAQ ของ NCB ข้อมูลเก็บไว้ในระบบได้ ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่สมาชิกรายงานข้อมูล เมื่อครบกำหนดจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติ

ความหมายในทางปฏิบัติคือ ถ้าเคยค้างชำระ แต่ชำระหนี้ครบแล้วและจ่ายตรงเวลาต่อเนื่อง ประวัติค้างชำระเก่าจะหลุดออกไปเมื่อครบ 3 ปี (36 เดือน) ส่วนหนี้ที่ยังค้างอยู่ สถานะค้างชำระจะยังถูกรายงานต่อไป เวลาที่ผ่านไปเฉย ๆ จึงไม่ได้ทำให้ประวัติหนี้ที่ยังไม่จ่ายหายไป

ตรวจเครดิตบูโรช่องทางไหนได้บ้าง

เว็บไซต์ NCB ระบุช่องทางตรวจสอบรายงานข้อมูลเครดิตไว้หลายช่องทาง ได้แก่

  • แอปพลิเคชันของธนาคารและผู้ให้บริการที่ร่วมโครงการ — เช่น แอปของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทีทีบี ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธ.ก.ส. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และแอปเป๋าตัง
  • ช่องทางอื่น — เช่น ศูนย์บริการของ NCB เคาน์เตอร์หรือตู้บริการของธนาคารบางแห่ง และทางไปรษณีย์

ระยะเวลาได้รับรายงานต่างกันตามช่องทาง บางช่องทางส่งทางอีเมลได้ทันทีหรือภายใน 24 ชั่วโมง บางช่องทางใช้เวลาหลายวันทำการ รายชื่อช่องทางและ ค่าธรรมเนียม มีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะ ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดบนเว็บไซต์ NCB หรือในหน้าแอปก่อนยืนยันชำระเงินทุกครั้ง

รายงานข้อมูลเครดิต ≠ เครดิตสกอร์: รายงานข้อมูลเครดิต คือรายละเอียดบัญชีและประวัติการชำระ ส่วน เครดิตสกอร์ คือคะแนนที่คำนวณจากข้อมูล เป็นบริการแยกกัน ถ้าต้องการดูทั้งสองอย่าง ให้เลือกบริการให้ถูกตอนสั่งตรวจ

ได้รายงานมาแล้ว อ่านอะไรบ้าง

  1. ข้อมูลส่วนตัวถูกต้องไหม — ชื่อสะกด เลขบัตร และวันเกิด
  2. มีบัญชีที่เราไม่รู้จักไหม — ถ้ามีสินเชื่อหรือบัตรที่ไม่เคยสมัคร อาจเป็นสัญญาณว่าข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้
  3. บัญชีที่ปิดแล้วแสดงสถานะถูกต้องไหม — บัตรหรือสินเชื่อที่ปิดไปแล้วควรแสดงว่าปิดบัญชี
  4. ประวัติค้างชำระตรงกับความจริงไหม — เทียบกับหลักฐานการชำระที่เรามี
  5. ใครเรียกดูข้อมูลของเรา — ถ้ามีสถาบันที่เราไม่เคยยื่นขอสินเชื่อหรือไม่เคยให้ความยินยอม ควรสอบถาม

ถ้าเจอข้อมูลผิด ทำอย่างไร

  • ยื่นคำขอตรวจสอบความถูกต้องกับ NCB — NCB จะประสานกับสถาบันการเงินที่รายงานข้อมูล และตาม FAQ จะแจ้งผลการตรวจสอบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ยื่นคำขอ
  • ติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของบัญชีโดยตรง พร้อมหลักฐาน เช่น ใบเสร็จ หนังสือยืนยันการปิดบัญชี หรือสัญญาปรับโครงสร้างหนี้
  • ถ้าสถาบันการเงินยืนยันว่าข้อมูลถูกต้องแต่เราไม่เห็นด้วย — สามารถขอให้ใส่ บันทึกโต้แย้ง ไว้ในรายงาน เพื่อให้ผู้ที่เรียกดูข้อมูลเห็นคำชี้แจงของเรา

เคล็ดลับที่ช่วยได้มากในอนาคต คือ เก็บหนังสือยืนยันการปิดบัญชีทุกครั้ง ที่ปิดบัตรเครดิตหรือชำระสินเชื่อหมด

Advertisement

ถูกปฏิเสธสินเชื่อ ทำอะไรได้บ้าง

  1. ถามเหตุผลจากผู้ให้กู้ — ว่าเกี่ยวกับข้อมูลเครดิต รายได้ หรือเกณฑ์อื่น
  2. ใช้สิทธิ์ตรวจสอบฟรี — ตาม FAQ ของ NCB หากถูกปฏิเสธสินเชื่อ สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ภายในสามสิบวัน โดยใช้หนังสือแจ้งปฏิเสธเป็นหลักฐาน
  3. แก้ที่ต้นเหตุ — ถ้ามีหนี้ค้าง ให้ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหรือปรับโครงสร้างหนี้ แล้วรักษาการชำระตรงเวลาต่อเนื่อง
  4. ทบทวนภาระหนี้เทียบรายได้ — สถาบันการเงินหลายแห่งพิจารณาสัดส่วนนี้ร่วมด้วย แม้ประวัติการชำระจะดี
ระวังมิจฉาชีพ “รับล้างเครดิตบูโร”: ข้อมูลที่ถูกต้องไม่มีใครลบออกก่อนกำหนดได้ ไม่ว่าจะจ่ายเงินเท่าไร รูปแบบที่พบบ่อยคือขอค่าดำเนินการล่วงหน้า ขอรูปบัตรประชาชน ขอรหัส OTP หรือให้ติดตั้งแอปควบคุมโทรศัพท์ระยะไกล อย่าให้ OTP รหัสผ่าน หรือสิทธิ์เข้าถึงโทรศัพท์กับใคร ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นหน่วยงานใด

คำถามที่พบบ่อย

ปิดบัตรเครดิตแล้ว ประวัติจะหายไปเลยไหม?
ไม่หายทันที ประวัติของบัญชีที่ปิดแล้วยังอยู่ในรายงานตามระยะเวลาการเก็บข้อมูล และบัญชีที่ชำระดีมาตลอดก็เป็นประวัติที่ดีของเรา

ไม่เคยกู้อะไรเลย จะตรวจเจออะไรไหม?
อาจไม่พบข้อมูลสินเชื่อ ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่สถาบันการเงินจะมีข้อมูลประกอบการพิจารณาน้อยกว่า

คนอื่นขอดูเครดิตบูโรของเราได้ไหม?
สถาบันการเงินสมาชิกเรียกดูเพื่อพิจารณาสินเชื่อได้เมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ถ้าพบการเรียกดูที่ไม่เคยยินยอม ควรติดต่อ NCB และสถาบันนั้นทันที

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล เงื่อนไข ช่องทาง และค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลง โปรดยืนยันกับ NCB หรือสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) — ถามมา-ตอบไป (FAQ)
  • NCB — ข้อมูลในเครดิตบูโร จัดเก็บไว้กี่ปี
  • NCB — วิธีอ่านรายงานข้อมูลเครดิต และช่องทางการตรวจเครดิตบูโร
  • พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545