มีเงินเดือนนอกประเทศ ปันผลหุ้นต่างประเทศ หรือโอนเงินจากบัญชีนอกกลับไทย — คำถามที่พบบ่อยคือ “ต้องเสียภาษีไทยไหม” คำตอบขึ้นกับสองอย่างหลัก: คุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยในปีนั้นหรือไม่ และเงินนั้นถูกนำเข้าไทยเมื่อไหร่

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 กรมสรรพากรตีความการบังคับใช้ มาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากรใหม่ผ่านคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 ทำให้เงินได้จากต่างประเทศของบุคคลธรรมดาที่นำเข้าไทย อาจต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีที่นำเงินเข้า — ไม่ใช่เฉพาะกรณีที่เกิดและนำเข้าในปีเดียวกันแบบที่หลายคนเคยเข้าใจเดิม

บทความนี้สรุปหลักการเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น อ้างอิงแนวทางของกรมสรรพากรและแหล่งอธิบายที่ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่คำปรึกษาภาษีรายกรณี หากสถานการณ์ซับซ้อน ควรสอบถามสายด่วน 1161 หรือที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาต

การวางแผนและบันทึกรายได้จากต่างประเทศช่วยลดความเสี่ยงตอนยื่นภาษี
การแยกแหล่งเงินและเก็บหลักฐานรายปีสำคัญต่อการพิสูจน์ว่าเงินก้อนไหนต้องเสียภาษี · Dave Dugdale · CC BY-SA 2.0 · Wikimedia Commons

เงื่อนไขหลัก: ต้องครบทั้ง “ถิ่นที่อยู่” และ “นำเงินเข้า”

โดยสรุปจากแนวทางของกรมสรรพากร เงินได้จากต่างประเทศจะเข้าข่ายต้องนำมารวมคำนวณภาษีไทยเมื่อเข้าเงื่อนไขหลักดังนี้

  1. คุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในปีภาษีที่เกิดเงินได้นั้น — โดยทั่วไปคือพำนักในไทยรวมกัน ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป ในปีปฏิทิน (ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน)
  2. เงินได้นั้นเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
  3. มีการนำเงินได้เข้าประเทศไทย — อาจเป็นปีเดียวกับที่เกิดรายได้ หรือปีถัด ๆ ไป

ถ้าเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ครบ เช่น ปีนั้นอยู่ไทยไม่ถึง 180 วัน หรือเงินได้เกิดก่อนปี 2567 โดยทั่วไปจะไม่อยู่ในกรอบการตีความใหม่เมื่อนำเงินเข้า

จุดตัดสำคัญ: เงินได้จากต่างประเทศที่ได้รับก่อน 1 มกราคม 2567 ยังอยู่ภายใต้แนวทางเดิมตามคำสั่ง ป.162/2566 — โดยหลักแล้วนำเข้าไทยได้โดยไม่ถูกเก็บภาษีไทยภายใต้การตีความใหม่นี้ (ยังควรเก็บหลักฐานปีที่เกิดรายได้ไว้ให้ชัด)

อะไรนับเป็น “เงินได้จากต่างประเทศ”

แหล่งเงินได้ขึ้นกับสถานที่ที่งาน ธุรกิจ หรือทรัพย์สินตั้งอยู่ ไม่ใช่แค่ประเทศที่เงินถูกโอนเข้าบัญชี ตัวอย่างที่พบบ่อย

  • เงินเดือน / ค่าจ้าง / ค่าที่ปรึกษาจากงานที่ทำในต่างประเทศ
  • กำไรธุรกิจหรืออาชีพอิสระที่ดำเนินนอกไทย
  • ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ
  • เงินปันผล ดอกเบี้ย กำไรจากการขายหลักทรัพย์หรือกองทุนที่ถือในต่างประเทศ
  • เงินบำนาญจากต่างประเทศ (บางประเภทอาจมีข้อยกเว้นตามอนุสัญญาภาษีซ้อน)
  • ค่าลิขสิทธิ์ / ทรัพย์สินทางปัญญาจากต่างประเทศ
  • รายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลหรือแพลตฟอร์มที่ตั้งอยู่นอกไทย ในขอบเขตที่เข้าลักษณะเงินได้ตามประมวลรัษฎากร

สิ่งที่มักไม่เข้าข่ายกฎนำเข้าเงินได้ เช่น มรดกหรือของขวัญภายใต้เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และการโอนเงินส่วนตัวที่ไม่ใช่เงินได้

Advertisement

อะไรนับว่า “นำเงินเข้าไทย”

ไม่จำกัดแค่โอนผ่านธนาคารอย่างเป็นทางการ การเคลื่อนย้ายมูลค่าเข้าไทยในทางปฏิบัติอาจรวมถึง

  • โอนเงินจากบัญชีต่างประเทศเข้าบัญชีไทย
  • ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มในไทยด้วยบัตรที่ผูกบัญชีต่างประเทศ
  • การใช้จ่ายด้วยบัตรต่างประเทศในไทย ในลักษณะที่อาจถูกมองว่าเป็นการนำมูลค่าเข้าประเทศ

เพราะฉะนั้นการแยกบัญชี / บันทึกรายปี / เก็บสเตทเมนต์ จะช่วยลดความเสี่ยงเวลาถูกสอบถาม

เครื่องคิดเลขและเอกสารภาษีใช้ประกอบการคำนวณเครดิตภาษีต่างประเทศ
ก่อนใช้เครื่องมือคำนวณของสรรพากร ควรเตรียมตัวเลขเงินได้ ภาษีที่จ่ายนอก และจำนวนที่นำเข้าไทยให้ครบ · Joe lope · CC BY-SA 4.0 · Wikimedia Commons

เครดิตภาษีเงินได้จากต่างประเทศ — ไม่ให้เสียภาษีซ้ำเกินควร

ถ้าจ่ายภาษีเงินได้ไปแล้วในต่างประเทศ กฎหมายไทยเปิดช่องให้นำมาเป็นเครดิตหักจากภาษีไทยได้ภายใต้เงื่อนไข โดยสรุปจากคู่มือและแนวทางของกรมสรรพากร

  1. ต้องเป็นภาษีเงินได้ — ภาษีประเภทอื่นโดยทั่วไปเอามาเครดิตไม่ได้
  2. มีเพดาน (credit limit) — หักได้ไม่เกินส่วนภาษีไทยที่เกี่ยวกับเงินก้อนนั้น ถ้าต่างประเทศเก็บแพงกว่า ส่วนเกินมักใช้ต่อไม่ได้และทบปีหน้าไม่ได้
  3. แยกคำนวณ — แยกรายประเทศและรายประเภทเงินได้ตามลักษณะ มาตรา 40 ไม่เอาหลายก้อนมารวมมั่ว
  4. สัดส่วนตามเงินที่นำเข้า — ถ้าโอนเข้าไทยเพียงบางส่วน สิทธิเครดิตมักลดลงตามสัดส่วน

สูตรคร่าว ๆ ที่ใช้ในคู่มือสรรพากร

1) ภาษีต่างประเทศที่มีสิทธิ์นำมาใช้

(เงินที่นำเข้า ÷ เงินได้ทั้งหมดของรายการนั้น) × ภาษีที่จ่ายในต่างประเทศ

2) เพดานเครดิตภาษีไทย

(เงินได้ต่างประเทศที่นำเข้า ÷ รายได้รวมที่ใช้คำนวณภาษี) × ภาษีที่ต้องชำระในไทย

3) เครดิตที่ใช้ได้จริง = จำนวนที่น้อยกว่าระหว่างข้อ 1 กับข้อ 2

ตัวอย่างตัวเลขสมมติในบทความของภาคเอกชนที่อ้างอิงคู่มือกรมสรรพากร: ถ้ามีเงินปันผลต่างประเทศ 1,000,000 บาท ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 150,000 บาท แล้วนำเข้าไทยทั้งก้อน พร้อมมีเงินได้ในไทยอื่นจนภาษีไทยรวมประมาณ 200,000 บาท เพดานเครดิตอาจอยู่ที่ประมาณ 133,333 บาท ทำให้ใช้เครดิตได้แค่เพดานนี้ ไม่เต็ม 150,000 บาท — นี่คือตัวอย่างเพื่อทำความเข้าใจสูตร ไม่ใช่ผลคำนวณของทุกคน

เครื่องมือช่วยคำนวณของกรมสรรพากร

กรมสรรพากรมีเครื่องมือช่วยคำนวณเครดิตภาษีสำหรับผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ (บุคคลธรรมดา) และคู่มือการใช้งาน สามารถเข้าได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร หรือลิงก์ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่เผยแพร่ เช่น

ตัวเลขที่ได้จากเครื่องมือ นำไปกรอกในช่องหักเครดิตภาษีเงินได้จากต่างประเทศของแบบ ภ.ง.ด. 90 / 91 ตามขั้นตอนในระบบ e-Filing

การคำนวณเครดิตภาษีต้องใช้ตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากหลักฐานจริง
เพดานเครดิตและสัดส่วนเงินนำเข้าควรคำนวณจากหลักฐาน ไม่ใช่ประมาณการลอย ๆ · Kent Westlund · CC BY 3.0 · Wikimedia Commons

เอกสารที่ควรเตรียมไว้

  • หลักฐานการเสียภาษีต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย / tax statement
  • หลักฐานการนำเงินเข้า เช่น สลิปโอน Bank statement
  • อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงเป็นบาท — ตามแนวทางที่อ้างอิงธนาคารพาณิชย์ ณ วันนำเข้า หรืออัตราอ้างอิง ธปท. ตามที่คู่มือกำหนด
  • บันทึกแยกแหล่งเงินรายปี (ปีที่เกิดรายได้ / ปีที่นำเข้า) เพื่อกันสับสนกรณีมีหลายก้อน

แนวปฏิบัติทั่วไปแนะนำให้เก็บหลักฐานอย่างน้อย 5 ปี เผื่อถูกเรียกตรวจ

อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)

ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับหลายสิบประเทศ การมี DTA ช่วยกำหนดสิทธิเก็บภาษีระหว่างประเทศ และสนับสนุนการใช้เครดิตภาษีได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม DTA ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องยื่นหรือไม่ต้องเก็บหลักฐาน — ยังต้องดูรายละเอียดรายประเทศและประเภทเงินได้

Advertisement

เช็กลิสต์ก่อนโอนเงินกลับไทย

  • ☐ ปีที่เกิดรายได้ คุณอยู่ไทยครบ 180 วันหรือไม่
  • ☐ รายได้นั้นเกิดก่อนหรือหลัง 1 ม.ค. 2567
  • ☐ แยกได้ไหมว่าเงินก้อนที่จะโอนมาจากรายได้ปีไหน
  • ☐ จ่ายภาษีเงินได้นอกประเทศไปแล้วเท่าไร และมีใบรับรองไหม
  • ☐ คำนวณเครดิตด้วยเครื่องมือของสรรพากรก่อนยื่น ภ.ง.ด.
  • ☐ กรณีวีซ่า/สิทธิประโยชน์พิเศษ (เช่น บางประเภทของ LTR) ตรวจเงื่อนไขยกเว้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

สรุป

หัวใจของเรื่องนี้มีสามประโยค: (1) ถิ่นที่อยู่ 180 วันเป็นประตูเข้าสู่ระบบ (2) เงินได้จากต่างประเทศตั้งแต่ปี 2567 ที่เกิดในขณะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ อาจถูกเก็บเมื่อนำเข้าไทย — แม้จะนำเข้าปีหลัง (3) ภาษีที่จ่ายนอกประเทศอาจนำมาเครดิตได้ แต่มีเพดานและต้องมีหลักฐาน

อ่านประกอบในไซต์เดียวกัน: ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง · เก็บเงินก้อนแรกอย่างมีระบบ

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานสรรพากรพื้นที่สระบุรี — ประกาศเครื่องมือช่วยคำนวณเครดิตภาษีเงินได้จากต่างประเทศ (6 ม.ค. 2569): rd.go.th/region/04/saraburi/85/7399.html
  • กรมสรรพากร — คู่มือการใช้เครื่องมือช่วยคำนวณเครดิตภาษีฯ: GuideTaxFromAbroad.pdf
  • เครื่องมือคำนวณของกรมสรรพากร: taxcalculator/foreign
  • คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 ว่าด้วยการตีความเงินได้จากต่างประเทศ (มีผลแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเงินได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567) — สรุปโดยสำนักงานวิชาชีพภาษี เช่น HLB Thailand / KPMG Flash Alert
  • Expat Tax Thailand — คู่มือทำความเข้าใจรายได้จากแหล่งต่างประเทศในไทย: expattaxthailand.com
  • Dime! — สรุปวิธีใช้เครดิตภาษีต่างประเทศเป็นส่วนลดภาษีไทย (อ้างอิงคู่มือสรรพากร): dime.co.th

📌 บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นตามแนวทางสาธารณะของกรมสรรพากรและแหล่งอธิบายที่อ้างอิง ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือภาษีรายบุคคล ข้อเท็จจริงแต่ละกรณี อนุสัญญาภาษีซ้อน และแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อาจต่างกัน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร (สายด่วน 1161) หรือผู้ประกอบวิชาชีพก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือยื่นแบบ