น้ำท่วมไม่ได้อันตรายแค่เรื่องจมน้ำ น้ำที่ท่วมถึงปลั๊ก สายไฟ หรือตู้ไฟฟ้า อาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วอยู่โดยที่มองไม่เห็น ไม่มีเสียง และไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ก่อนเกิดเหตุ

สรุป: ก่อนน้ำเข้าบ้าน ให้ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ถอดปลั๊ก แล้วสับเมนสวิตช์ลง ขณะที่ตัวและพื้นยังแห้ง ถ้าน้ำท่วมถึงแผงไฟหรือต้องยืนในน้ำ ห้ามแตะแผงไฟ ให้แจ้งการไฟฟ้า (กฟภ. 1129 / กฟน. 1130) หลังน้ำลดให้ช่างตรวจก่อนเปิดไฟ ถ้ามีคนถูกไฟดูด อย่าแตะตัวเขาจนกว่าจะตัดไฟได้ แล้วโทร 1669

ทำไมน้ำท่วมกับไฟฟ้าถึงอันตรายมาก

น้ำบริสุทธิ์นำไฟฟ้าได้ไม่ดี แต่น้ำท่วมในชีวิตจริงไม่เคยบริสุทธิ์ มันผสมดิน เกลือแร่ สิ่งปฏิกูล และสารเคมีจากถนนและบ้านเรือน ทำให้ นำไฟฟ้าได้ดี

อีกปัจจัยคือร่างกายของเรา ผิวหนังที่แห้งต้านทานไฟฟ้าได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อผิวเปียก ความต้านทานลดลงมาก กระแสจึงไหลผ่านร่างกายได้ง่ายขึ้น คนที่ยืนแช่น้ำจึงเสี่ยงกว่าคนที่ยืนบนพื้นแห้งหลายเท่า

ส่วนที่น่ากลัวที่สุดคือ ไฟฟ้ารั่วในน้ำมองไม่เห็น น้ำที่ดูสงบนิ่งปกติอาจมีกระแสไหลอยู่ถ้ามีปลั๊กหรือสายไฟจมอยู่ใต้น้ำ

ก่อนน้ำเข้าบ้าน: สิ่งที่ควรทำ

  1. ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงหรือชั้นบน — ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี คอมพิวเตอร์ ถ้ายกไม่ไหวให้วางบนโต๊ะหรือแท่นที่สูงกว่าระดับน้ำที่คาดไว้
  2. ถอดปลั๊กทุกเครื่อง — รวมถึงปลั๊กพ่วงที่วางกับพื้น
  3. ถ้าบ้านแยกวงจรชั้นล่างกับชั้นบนไว้ — ตัดเฉพาะวงจรชั้นล่าง ชั้นบนยังใช้ไฟได้
  4. สับเมนสวิตช์ลงเมื่อน้ำใกล้เข้าบ้าน — ทำตอนที่ยืนบนพื้นแห้ง มือแห้ง อย่ารอจนน้ำถึงแผงไฟ
  5. เตรียมแสงสว่างสำรอง — ไฟฉาย ถ่านสำรอง พาวเวอร์แบงก์ชาร์จเต็ม แทนการพึ่งไฟบ้าน
  6. จดเบอร์ฉุกเฉินไว้ในที่หาง่าย — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129, การไฟฟ้านครหลวง 1130 (กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) และสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
ถนนในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขังเต็มผิวถนน มีเสาไฟฟ้าอยู่ริมทาง
ถนนที่มีน้ำท่วมขังใน จ.นนทบุรี สังเกตเสาไฟฟ้าริมทาง จุดแบบนี้คือบริเวณที่ไม่ควรเดินลุยน้ำเข้าใกล้ · ภาพ: ลิดกับเป้ · CC BY-SA 3.0 · via Wikimedia Commons
Advertisement

เมื่อน้ำท่วมแล้ว: ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามแตะแผงไฟ สวิตช์ หรือปลั๊ก ขณะตัวเปียกหรือยืนอยู่ในน้ำ
  • ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำหรือเปียก แม้จะดูแห้งแล้วก็ตาม
  • อย่าเดินลุยน้ำใกล้เสาไฟ หม้อแปลง ตู้ควบคุมไฟ หรือบริเวณที่มีสายไฟห้อยต่ำ
  • เห็นสายไฟขาดตกลงน้ำหรือพื้น ให้อยู่ห่าง ๆ ห้ามเข้าไปเขี่ยเอง แล้วแจ้งการไฟฟ้าทันที
  • ห้ามซ่อมระบบไฟเอง ระหว่างน้ำท่วม
  • ถ้ารู้สึกซ่า ๆ หรือกระตุกขณะเดินในน้ำ ให้หยุด ถอยกลับทางเดิมช้า ๆ ด้วยก้าวสั้น ๆ แล้วแจ้งการไฟฟ้า
เครื่องปั่นไฟ: ห้ามเดินเครื่องในบ้าน ในโรงรถ หรือในพื้นที่ปิด เพราะไอเสียมีคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งไม่มีสีไม่มีกลิ่นและทำให้เสียชีวิตได้ ห้ามต่อเครื่องปั่นไฟเข้าระบบไฟบ้านโดยตรงหากไม่มีอุปกรณ์สลับวงจรที่ติดตั้งโดยช่าง เพราะไฟอาจไหลย้อนออกไปในสายของการไฟฟ้า เป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่กำลังซ่อม

เครื่องตัดไฟรั่วช่วยอะไร

เครื่องตัดไฟรั่ว (เรียกกันว่า RCD, RCBO หรือ ELCB) ทำงานโดย เปรียบเทียบกระแสที่ไหลออกไปกับกระแสที่ไหลกลับ ถ้าสองค่านี้ไม่เท่ากัน แปลว่ามีกระแสบางส่วนรั่วออกไปทางอื่น เช่น ผ่านร่างกายคนลงดิน อุปกรณ์จะตัดวงจรภายในเสี้ยววินาที

สำหรับป้องกันคน นิยมใช้พิกัดกระแสรั่ว 30 มิลลิแอมป์ ซึ่งบนตัวอุปกรณ์มักเขียนว่า IΔn 0.03 A

เครื่องตัดไฟรั่วสีขาวแบบติดราง มีคันโยกสีดำและปุ่มทดสอบ ระบุพิกัด 0.03A
เครื่องตัดไฟรั่วพิกัด 0.03 A (30 mA) สังเกตปุ่มทดสอบด้านบน ฉลากภาษาเยอรมันข้างปุ่มเขียนว่า monatlich drücken แปลว่า ให้กดทุกเดือน · ภาพ: Diermaier · CC0 · via Wikimedia Commons

สิ่งที่ควรรู้เพิ่ม

  • กดปุ่มทดสอบ (Test) ตามรอบที่ผู้ผลิตแนะนำ ถ้ากดแล้วไม่ตัด แปลว่าอุปกรณ์อาจเสีย ต้องให้ช่างตรวจ
  • ไม่ได้แทนสายดิน ระบบที่ปลอดภัยควรมีทั้งสายดินและเครื่องตัดไฟรั่วทำงานร่วมกัน
  • มีข้อจำกัด ถ้าคนสัมผัสสายไฟสองเส้นพร้อมกันโดยไม่มีกระแสรั่วลงดิน อุปกรณ์อาจไม่ตัด
  • ติดตั้งโดยช่างไฟฟ้าที่มีคุณวุฒิ และเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

ถ้าเจอคนถูกไฟดูด: ลำดับที่ถูกต้อง

  1. อย่าแตะตัวผู้ถูกไฟดูดด้วยมือเปล่า — กระแสอาจยังไหลอยู่และส่งต่อมาถึงเรา
  2. ตัดไฟที่ต้นทาง — สับเมนสวิตช์หรือถอดปลั๊ก ถ้าทำได้โดยไม่ต้องยืนในน้ำ
  3. ถ้าตัดไฟไม่ได้ — ยืนบนพื้นแห้ง ใช้วัตถุแห้งที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น ไม้แห้งหรือพลาสติก เขี่ยสายไฟหรือแหล่งไฟออกจากตัวผู้ประสบเหตุ
  4. ถ้าผู้ประสบเหตุอยู่ในน้ำที่อาจมีไฟฟ้า — อย่าลงน้ำตามไป ให้แจ้งการไฟฟ้าตัดไฟและเรียกความช่วยเหลือ
  5. โทร 1669 — แจ้งว่าเป็นเหตุไฟฟ้าดูด พร้อมตำแหน่งที่ชัดเจน
  6. เมื่อปลอดภัยแล้ว ตรวจการหายใจ — ถ้าไม่หายใจหรือหายใจเฮือก ให้เริ่มกดหน้าอก (CPR) ถ้าเคยฝึกมา และใช้เครื่อง AED ถ้ามีในบริเวณนั้น

แม้ผู้ถูกไฟดูดจะรู้สึกตัวดีและดูไม่เป็นอะไร ก็ควรไปพบแพทย์ เพราะกระแสไฟฟ้าอาจกระทบจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือทำให้เกิดบาดแผลไหม้ภายในที่มองจากภายนอกไม่เห็น

หลังน้ำลด: ก่อนเปิดไฟอีกครั้ง

  • อย่าสับเมนสวิตช์ขึ้นเองทันที โดยเฉพาะถ้าน้ำเคยท่วมถึงเต้ารับหรือแผงไฟ ให้ช่างไฟฟ้าหรือเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าตรวจระบบก่อน
  • เต้ารับและสวิตช์ที่เคยจมน้ำ ควรได้รับการตรวจหรือเปลี่ยนใหม่ เพราะมีโคลนและความชื้นค้างอยู่ด้านใน
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำ ให้ศูนย์บริการตรวจก่อนเสียบปลั๊ก แม้จะตากแห้งแล้ว
  • เมื่อได้รับอนุญาตให้เปิดไฟ ให้เปิดทีละวงจรและสังเกตกลิ่นไหม้ เสียงผิดปกติ หรือเบรกเกอร์ตัด
Advertisement

บ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม: ปรับปรุงอะไรได้บ้าง

ถ้ามีโอกาสซ่อมหรือต่อเติมบ้าน การลงทุนเรื่องระบบไฟฟ้าช่วยลดความเสี่ยงระยะยาวได้มาก

  • ยกระดับเต้ารับและแผงไฟ ให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วม
  • แยกวงจรชั้นล่างกับชั้นบน เพื่อตัดเฉพาะส่วนที่ท่วมได้
  • ติดตั้งสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว โดยช่างที่มีใบรับรอง

คำถามที่พบบ่อย

น้ำเข้าบ้านแล้ว ยังสับเบรกเกอร์ได้ไหม?
ถ้าพื้นบริเวณแผงไฟยังแห้ง ตัวและมือแห้ง ทำได้ แต่ถ้าน้ำถึงแผงไฟหรือต้องยืนในน้ำเพื่อเอื้อมถึง อย่าทำ ให้โทรแจ้งการไฟฟ้าแทน

ใส่รองเท้าบูทยางแล้วปลอดภัยไหม?
ช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน แต่รองเท้าบูททั่วไปไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า อาจมีรอยรั่ว หรือน้ำอาจสูงกว่าขอบบูท จึงไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการเข้าใกล้จุดที่อันตราย

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นแนวทางความปลอดภัยทั่วไป งานติดตั้งหรือซ่อมระบบไฟฟ้าต้องทำโดยช่างที่มีคุณวุฒิ และในเหตุฉุกเฉินให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) — คำแนะนำการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยช่วงน้ำท่วม, Call Center 1129
  • การไฟฟ้านครหลวง (MEA) — ข้อปฏิบัติด้านไฟฟ้าเมื่อเกิดน้ำท่วม, MEA Call Center 1130
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) — สายด่วน 1669
  • U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) — Carbon Monoxide Poisoning และ Electrical Safety after a Disaster