ลาป่วยได้กี่วัน ลากิจได้ไหม ถูกเลิกจ้างแล้วได้เงินเท่าไร — คำตอบส่วนใหญ่มีอยู่ในกฎหมายอยู่แล้ว แต่คนทำงานจำนวนมากไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้าง

สิทธิพื้นฐานของลูกจ้างเอกชนในไทยกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยหลักสำคัญคือ นายจ้างจะตกลงกับลูกจ้างให้ได้น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ ข้อตกลงใดที่ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมายถือว่าใช้บังคับไม่ได้ในส่วนนั้น แต่ถ้าบริษัทให้มากกว่า ย่อมทำได้และถือตามที่ให้

ลูกจ้างในสถานประกอบการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเช่นเดียวกันทุกคน
ลูกจ้างในสถานประกอบการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเช่นเดียวกันทุกคน · Greg Walters · CC BY 2.0 · Wikimedia Commons

วันลาที่กฎหมายรับรอง

ตัวเลขต่อไปนี้คือขั้นต่ำตามกฎหมาย บริษัทให้มากกว่านี้ได้ แต่ให้น้อยกว่าไม่ได้

ประเภทการลาสิทธิขั้นต่ำค่าจ้างระหว่างลา
ลาป่วยลาได้เท่าที่ป่วยจริงได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
ลากิจธุระจำเป็นไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีได้รับค่าจ้าง
ลาคลอดไม่เกิน 98 วัน (นับรวมวันหยุดและวันลาเพื่อตรวจครรภ์)นายจ้างจ่าย 45 วัน ส่วนที่เหลือเบิกจากประกันสังคม
พักร้อน (ลาพักผ่อนประจำปี)ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี เมื่อทำงานครบ 1 ปีได้รับค่าจ้าง
ลาทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดได้รับค่าจ้าง
ลารับราชการทหารไม่เกิน 60 วันต่อปีได้รับค่าจ้าง
ลาฝึกอบรม/พัฒนาความรู้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามที่ตกลง

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือลาป่วย กฎหมายไม่ได้จำกัดว่าป่วยได้ปีละ 30 วัน แต่จำกัดว่าได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี ถ้าป่วยจริงเกินกว่านั้นยังลาได้ เพียงแต่ส่วนเกินอาจไม่ได้ค่าจ้าง และถ้าลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างมีสิทธิขอใบรับรองแพทย์ได้

อีกข้อที่มักถูกลืมคือ ลากิจ 3 วันโดยได้รับค่าจ้าง ซึ่งเพิ่มเข้ามาในการแก้ไขกฎหมายเมื่อ พ.ศ. 2562 หลายบริษัทยังใช้ระเบียบเก่าที่ให้ลากิจแบบไม่จ่ายค่าจ้าง ซึ่งขัดกับกฎหมายปัจจุบัน

ชั่วโมงทำงาน วันหยุด และค่าล่วงเวลา

  • เวลาทำงานปกติ ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพกำหนดไว้ต่ำกว่านี้)
  • เวลาพัก ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หลังทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • วันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์
  • วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี รวมวันแรงงานแห่งชาติ
  • ค่าล่วงเวลาในวันทำงาน ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
  • ทำงานในวันหยุด ได้ค่าทำงานในวันหยุดเพิ่ม และถ้าทำล่วงเวลาในวันหยุดจะได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า

การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน เว้นแต่ลักษณะงานที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

ข้อควรรู้: ลูกจ้างรายเดือน รายวัน รายชั่วโมง หรือทำงานพาร์ตไทม์ ล้วนเป็น "ลูกจ้าง" ตามกฎหมายแรงงานทั้งหมด สิ่งที่ตัดสินไม่ใช่ชื่อสัญญา แต่คือลักษณะความสัมพันธ์จริง ว่ามีการบังคับบัญชาและกำหนดวิธีทำงานหรือไม่ สัญญาที่เขียนว่า "จ้างทำของ" หรือ "ที่ปรึกษา" อาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นการจ้างแรงงานได้ ถ้าเนื้อแท้เป็นเช่นนั้น
Advertisement

ถูกเลิกจ้าง ได้ค่าชดเชยเท่าไร

ถ้าถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้มีความผิดร้ายแรง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน ดังนี้

ทำงานติดต่อกันค่าชดเชย (คิดจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย)
ครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี30 วัน
ครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี90 วัน
ครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี180 วัน
ครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี240 วัน
ครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี300 วัน
ครบ 20 ปีขึ้นไป400 วัน

นอกจากค่าชดเชยแล้ว การเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้ายังต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าด้วย โดยหลักคือต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง

กรณีที่ไม่ได้ค่าชดเชย คือลูกจ้างลาออกเอง หรือถูกเลิกจ้างเพราะความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกัน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรงหลังได้รับหนังสือเตือนแล้ว

อีกจุดที่ควรรู้คือ การ "บีบให้ลาออก" เช่น ย้ายไปทำงานที่ต่ำกว่าเดิมมาก ลดค่าจ้าง หรือกดดันจนต้องออกเอง อาจถูกถือว่าเป็นการเลิกจ้างได้ ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ ควรเก็บหลักฐานไว้และปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนเซ็นใบลาออก

งานบริการและงานรับเหมาช่วงก็อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงานเช่นกัน
งานบริการและงานรับเหมาช่วงก็อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงานเช่นกัน · Arayabee · CC BY-SA 4.0 · Wikimedia Commons

สิทธิประกันสังคมที่มาคู่กับการเป็นลูกจ้าง

ลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มอีกชั้น ครอบคลุม 7 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน

  • กรณีว่างงาน ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน และต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วันนับจากวันที่ออกจากงาน จึงจะได้รับสิทธิเต็ม โดยอัตราที่ได้รับกรณีถูกเลิกจ้างจะสูงกว่ากรณีลาออกเอง
  • กรณีคลอดบุตร ใช้สิทธิได้ทั้งค่าคลอดเหมาจ่ายและเงินสงเคราะห์การหยุดงาน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าจ้าง 45 วันที่นายจ้างจ่าย
  • กรณีชราภาพ เงินสมทบส่วนนี้จะสะสมไว้และจ่ายคืนเมื่ออายุครบตามเงื่อนไข

ตรวจสิทธิและยอดเงินสมทบของตัวเองได้จากแอปหรือเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม อ่านวิธีตรวจแบบละเอียดได้ที่ เช็กสิทธิประกันสังคม มาตรา 33 39 40

เจอปัญหาแล้วร้องเรียนที่ไหน

เรื่องหน่วยงานติดต่อ
ไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย วันลากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสายด่วน 1546 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
สิทธิประกันสังคม เงินว่างงานสำนักงานประกันสังคมสายด่วน 1506
ข้อพิพาทที่ตกลงกันไม่ได้ศาลแรงงานยื่นฟ้องได้โดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

ข้อดีของการร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานคือไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ต้องจ้างทนาย ส่วนการฟ้องศาลแรงงานก็ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ทำให้ลูกจ้างเข้าถึงกระบวนการได้จริง

สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน และระเบียบบริษัท คือหลักฐานสำคัญที่สุดในวันที่มีปัญหา
สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน และระเบียบบริษัท คือหลักฐานสำคัญที่สุดในวันที่มีปัญหา · VeronicaTherese · CC BY-SA 3.0 · Wikimedia Commons

สิ่งที่ควรเก็บไว้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน

  • สัญญาจ้างหรือหนังสือแจ้งเงื่อนไขการจ้าง
  • สลิปเงินเดือนทุกเดือน
  • ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท
  • หลักฐานการเข้างาน-ออกงาน และการทำล่วงเวลา
  • อีเมลหรือข้อความที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้าง

เอกสารเหล่านี้แทบไม่มีประโยชน์เลยในวันที่ทุกอย่างปกติ แต่จะกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในวันที่มีปัญหา

Advertisement

สรุป

สิทธิลูกจ้างไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้มีปัญหาก่อนแล้วค่อยไปหาข้อมูล ตัวเลขที่ควรจำติดตัวไว้คือ ลาป่วยได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วันต่อปี ลากิจ 3 วันต่อปีโดยได้ค่าจ้าง ลาคลอดไม่เกิน 98 วัน พักร้อนอย่างน้อย 6 วันเมื่อทำงานครบปี และค่าชดเชยเลิกจ้างเริ่มที่ 30 วันไปจนถึง 400 วันตามอายุงาน

อ่านต่อ: เขียนเรซูเม่ให้ได้เรียกสัมภาษณ์ · 12 คำถามสัมภาษณ์งานที่เจอบ่อย

📌 บทความนี้สรุปหลักการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น กรณีจริงอาจมีรายละเอียดต่างกันตามลักษณะงานและข้อเท็จจริง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สายด่วน 1546 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ก่อนดำเนินการ