ถ้าคุณกำลังรอมาตรการท่องเที่ยวรอบใหม่ ชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดตอนนี้คือ «ไทยเที่ยวไทยพลัส» — แต่ตัวเลขสิทธิ์และงบยังมีการปรับระหว่างการเจรจา ดังนั้นอ่านให้ครบทั้งสิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขั้นตอนที่คาดว่าจะต้องทำ ก่อนตัดสินใจจองทริป

สถานะล่าสุด (ก.ย. 2569): โครงการยังไม่เปิดลงทะเบียนทั่วไป กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ระหว่างหารือกระทรวงการคลังเรื่องแหล่งเงินทุนและรูปแบบร่วมจ่าย คาดเสนอ ครม. หลังได้ข้อสรุป แล้วตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนราว 1 ตุลาคม 2569 (ขึ้นกับมติสุดท้าย)

ไทยเที่ยวไทยพลัสคืออะไร

ไทยเที่ยวไทยพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังผลักดัน โดยหลักการคล้ายโครงการในอดีตอย่าง «เราเที่ยวด้วยกัน» หรือ «เที่ยวคนละครึ่ง» — รัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง เพื่อให้คนไทยเดินทางและใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่โรงแรมและผู้ประกอบการต้องการลูกค้า

จุดที่ต่างจากรอบก่อน ๆ ที่ถูกเน้นบ่อยคือ การลดข้อจำกัดเมืองหลัก–เมืองรอง และไม่บังคับวันธรรมดา/สุดสัปดาห์ ตามที่ตัวแทนภาคเอกชนและกระทรวงฯ หารือกันไว้ เพื่อให้ใช้สิทธิ์ได้ง่ายขึ้นทั่วประเทศ

ตัวเลขสำคัญที่ควรรู้ (อัปเดตตามความคืบหน้า)

สื่อรายงานรายละเอียดโครงการในหลายช่วงเวลา ตัวเลขจึงยังไม่ใช่ข้อยุติสุดท้าย จนกว่าจะผ่านการเคาะงบกับกระทรวงการคลังและมติ ครม. ตารางด้านล่างช่วยเทียบภาพที่ถูกพูดถึง

หัวข้อข้อมูลที่ถูกพูดถึงหมายเหตุ
ส่วนลดค่าที่พักรัฐร่วมจ่ายสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/สิทธิ์รูปแบบ Co-payment
คูปองท่องเที่ยวเคยเสนอ 500 บาท ต่อมาถูกพูดถึงที่ 1,000 บาท/สิทธิ์ขยายใช้สปา–เวลเนสได้ (ไม่จำกัดแค่อาหาร)
จำนวนสิทธิ์นำร่องราว 5 แสนสิทธิ์ → ข้อเสนอหลัง ๆ พูดถึง 1 ล้านสิทธิ์ขึ้นกับแหล่งเงินที่คลังเคาะ
งบประมาณเคยระบุราว 1,750 ล้านบาท → ข้อเสนอเงินกู้ราว 4,000 ล้านบาทยังรอข้อสรุปแหล่งทุน
สิทธิ์ต่อคนจำกัดราว 5 สิทธิ์/คน (ลดจากเพดานสูงสุด 10 ในโครงการลักษณะเดิม)กระจายสิทธิ์ให้ทั่วถึงขึ้น
แพลตฟอร์มแอป เป๋าตัง (ธนาคารกรุงไทย)ประชาชนคุ้นเคย และระบบเคยใช้กับมาตรการรัฐ
วิธีได้สิทธิ์มาก่อนได้ก่อน (First Come, First Served)จองเร็วมีสิทธิ์ก่อน
เป้าเปิดลงทะเบียนราว 1 ต.ค. 2569หลังทดสอบระบบกับกรุงไทย 2–3 สัปดาห์

แหล่งอ้างอิงหลักของตารางนี้มาจากการรายงานสัมภาษณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยสื่อชั้นนำ และความคืบหน้าการหารือกับกระทรวงการคลัง — รายละเอียดอาจเปลี่ยนเมื่อมีมติอย่างเป็นทางการ

Advertisement

สิทธิประโยชน์ที่กำลังคุยกัน

ตัวอย่างห้องพักโรงแรม — โครงการเน้นส่วนลดค่าที่พักแบบร่วมจ่าย (Co-payment)
ตัวอย่างห้องพักโรงแรม — โครงการเน้นส่วนลดค่าที่พักแบบร่วมจ่าย (Co-payment) ภาพ: Kurt Kaiser · CC0 · via Wikimedia Commons

แม้ตัวเลขงบจะถูกปรับระหว่างทาง แต่โครงสร้างสิทธิประโยชน์ที่ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ มีสองก้อนหลัก

  1. ส่วนลดค่าที่พัก (Co-payment) — รัฐสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์ โดยประชาชนยังต้องจ่ายส่วนที่เหลือเอง กระทรวงฯ มองว่าการร่วมจ่ายจะทำให้เม็ดเงินหมุนในระบบสูงกว่าการแจกเต็มจำนวน เพราะผู้ใช้สิทธิ์มักสมทบเงินส่วนตัวเพิ่ม
  2. คูปองท่องเที่ยว (Voucher) — ใช้กับบริการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง ขยายจากเดิมที่จำกัดแค่อาหาร ไปครอบคลุมสปา การนวด และบริการด้านสุขภาพ (Wellness) เพื่อกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น

นอกจากนี้ ในการหารือกับกระทรวงการคลังยังมีการพูดถึงแนวทาง Flash Rate หรืออัตราคงที่ เพื่อลดโอกาสที่โรงแรมจะขึ้นราคาช่วงไฮซีซั่นจนส่วนลดของรัฐถูกกลืนไปกับราคาตั้งต้น

คูปองใช้ได้กว้างกว่าเดิมไหม

สปาและบริการเวลเนสถูกพูดถึงว่าจะอยู่ในกลุ่มที่ใช้คูปองได้
สปาและบริการเวลเนสถูกพูดถึงว่าจะอยู่ในกลุ่มที่ใช้คูปองได้ ภาพ: Hartmann Linge · CC BY-SA 4.0 · via Wikimedia Commons

ใช่ — ตามทิศทางที่กระทรวงฯ เปิดเผย คูปองรอบนี้ถูกออกแบบให้กว้างกว่าโครงการลักษณะเดิม ที่มักจำกัดแค่ร้านอาหาร โดยจะครอบคลุมบริการท่องเที่ยวและเวลเนส เช่น สปา

อย่างไรก็ตาม รายชื่อร้านที่เข้าร่วม เงื่อนไขการใช้ต่อครั้ง และวันหมดอายุคูปอง ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ หลังระบบลงทะเบียนเปิดจริง อย่าเพิ่งจ่ายเงินจองโดยอิงแค่ข่าวล่วงหน้า

เงื่อนไขที่ต่างจากรอบก่อน

  • ไม่จำกัดเมืองหลัก–เมืองรอง — ใช้ได้ทั่วประเทศ ตามข้อสรุปจากการหารือภาคเอกชน เพราะสิทธิ์เมืองรองในรอบก่อนเคยเหลือจำนวนมาก
  • ใช้ได้ทุกวัน — ไม่บังคับว่าเมืองรองต้องใช้เฉพาะวันธรรมดาหรือสุดสัปดาห์
  • ลดเพดานสิทธิ์ต่อคน — เหลือราว 5 สิทธิ์ต่อคน เพื่อกระจายโอกาส
  • กลับไปใช้เป๋าตัง — แทนแพลตฟอร์มอื่นที่ประชาชนอาจคุ้นน้อยกว่า

ขั้นตอนที่คาดว่าจะต้องทำ (ผ่านเป๋าตัง)

สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงไทย — แอปเป๋าตังถูกระบุว่าจะใช้รับสิทธิ์
สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงไทย — แอปเป๋าตังถูกระบุว่าจะใช้รับสิทธิ์ ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0 · via Wikimedia Commons

ขั้นตอนด้านล่างเป็นแนวทางที่คาดการณ์จากรูปแบบโครงการคล้ายกันและการแถลงของกระทรวงฯ ยังไม่ใช่คู่มือใช้งานจริง จนกว่า ททท./กระทรวงฯ จะเปิดระบบ

  1. ติดตั้งและยืนยันตัวตนในแอปเป๋าตัง — มีบัญชีพร้อมใช้ก่อนวันเปิดสิทธิ์ จะช่วยลดความวุ่นวายตอนแย่งโควตา
  2. รอประกาศวัน–เวลาเปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ — ติดตามจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และช่องทางธนาคารกรุงไทย
  3. ลงทะเบียนรับสิทธิ์แบบมาก่อนได้ก่อน — สิทธิ์มีจำนวนจำกัด ควรวางแผนอินเทอร์เน็ตและข้อมูลส่วนตัวให้พร้อม
  4. เลือกที่พัก/บริการที่เข้าร่วมโครงการ — ตรวจสอบว่าโรงแรมหรือร้านอยู่ในรายชื่อที่ระบบรองรับ
  5. จองและชำระส่วนที่ต้องจ่ายเอง — ส่วนลดของรัฐจะถูกหักตามเงื่อนไขที่กำหนดต่อสิทธิ์
  6. ใช้คูปองตามหมวดที่อนุญาต — เก็บหลักฐานการจองและใบเสร็จไว้เผื่อตรวจสอบสิทธิ์

กระทรวงฯ ระบุว่าก่อนเปิดใช้จริงจะมีการทดสอบระบบกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2–3 สัปดาห์ เพื่อความพร้อมของการลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์

ไทม์ไลน์และแหล่งเงินทุน — ทำไมยังไม่เปิดวันนี้

คำถามที่คนถามมากที่สุดคือ «เมื่อไหร่ใช้ได้» คำตอบสั้น ๆ คือ ขึ้นกับแหล่งเงินที่กระทรวงการคลังเคาะได้

ฉากทัศน์ที่ถูกพูดถึงมีอย่างน้อยสามทาง

  1. เงินกู้ในก้อนเยียวยาผลกระทบด้านพลังงาน — ถ้าเข้าเงื่อนไข อาจนำเข้า ครม. และใช้ช่วงกันยายน–ตุลาคมได้เร็วกว่า
  2. งบกลางปี 2569 — เป็นไปได้ยากในช่วงปลายปีงบ เพราะต้องสำรองรับมือภัยพิบัติ
  3. งบกลางปี 2570 — อาจเริ่มได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม แต่จะชนไฮซีซั่น ภาคธุรกิจบางส่วนมองว่ากระตุ้นได้น้อยกว่าช่วงโลว์ซีซั่น

ล่าสุดมีการนัดหารือระหว่างรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ กับรองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีคลัง เพื่อเคาะรูปแบบและงบ ก่อนตั้งเป้าเสนอ ครม. และเปิดลงทะเบียนราวต้นตุลาคม หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ใครได้ประโยชน์ และควรเตรียมตัวอย่างไร

กลุ่มได้อะไรควรเตรียม
ประชาชนทั่วไปส่วนลดที่พัก + คูปองใช้จ่ายท่องเที่ยวเป๋าตังพร้อมใช้ · แผนทริปสำรองหลายจังหวัด
โรงแรม/ที่พักลูกค้าช่วงโลว์ซีซั่น–ไตรมาส 4ติดตามเงื่อนไขเข้าร่วม · อย่าขึ้นราคาเกินจริง
ร้านอาหาร สปา เวลเนสโอกาสรับคูปองที่กว้างขึ้นเช็กหมวดที่ระบบรองรับเมื่อเปิดจริง
สายการบิน/ขนส่งอานิสงส์จากการเดินทางในประเทศเพิ่มขึ้นจับตาช่วงเปิดสิทธิ์และวันหยุดยาว

ข้อควรระวังก่อนเชื่อข่าวและก่อนจอง

  • อย่าโอนเงินให้เพจแปลกปลอมที่อ้าง «จองสิทธิ์ไทยเที่ยวไทยพลัสให้» — การรับสิทธิ์ต้องผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
  • ตัวเลขสิทธิ์ งบ และมูลค่าคูปองในข่าวอาจเปลี่ยนได้จนกว่าจะมีมติ ครม.
  • ส่วนลดสูงสุด 3,000 บาทไม่ใช่โรงแรมฟรี — ยังต้องจ่ายส่วนต่างเอง
  • ที่พักยอดนิยมช่วงเปิดสิทธิ์อาจเต็มเร็ว ควรวางแผนยืดหยุ่นทั้งจังหวัดและวันเดินทาง
  • อ่านเงื่อนไขการยกเลิกจองของที่พักให้ชัด ก่อนกดยืนยัน

คำถามที่พบบ่อย

ไทยเที่ยวไทยพลัสเปิดลงทะเบียนแล้วหรือยัง

ยังไม่เปิดลงทะเบียนทั่วไป ณ ช่วงที่อัปเดตบทความนี้ กระทรวงฯ ตั้งเป้าเปิดราว 1 ตุลาคม 2569 หลังได้ข้อสรุปงบกับกระทรวงการคลัง เสนอ ครม. และทดสอบระบบกับธนาคารกรุงไทย

ได้ส่วนลดที่พักเท่าไร

ทิศทางที่ถูกยืนยันซ้ำคือรัฐร่วมจ่ายสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์ แบบ Co-payment ประชาชนจ่ายส่วนที่เหลือเอง

คูปองใช้ซื้ออะไรได้บ้าง

ถูกออกแบบให้กว้างกว่าเดิม ไม่จำกัดแค่อาหาร แต่ครอบคลุมบริการท่องเที่ยว สปา และเวลเนส รายชื่อร้านที่ใช้ได้จริงต้องรอประกาศเมื่อระบบเปิด

ต้องใช้แอปอะไร

ทิศทางปัจจุบันคือใช้แอปเป๋าตังของธนาคารกรุงไทย เพราะประชาชนคุ้นเคยและระบบมีเสถียรภาพจากการรองรับมาตรการรัฐมาก่อน

ต่างจากเราเที่ยวด้วยกันอย่างไร

หลักการคล้ายกันคือรัฐช่วยค่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการเดินทาง แต่รอบนี้ถูกเน้นเรื่องลดข้อจำกัดเมืองหลัก–เมืองรอง ใช้ได้ทุกวัน จำกัดสิทธิ์ต่อคนให้กระจายขึ้น และขยายคูปองไปบริการเวลเนส

ควรจองโรงแรมล่วงหน้าก่อนสิทธิ์เปิดไหม

ถ้าจองเองโดยไม่รอส่วนลด ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องยกเลิก/เปลี่ยนวันเอง การรอสิทธิ์เปิดแล้วจองผ่านเงื่อนไขโครงการมักปลอดภัยกว่าในแง่การใช้ส่วนลด แต่ที่พักยอดฮิตอาจหมดเร็ว

สรุป

ไทยเที่ยวไทยพลัสคือมาตรการท่องเที่ยวในประเทศที่คนรอคอย เพราะช่วยลดภาระค่าที่พักและเพิ่มคูปองใช้จ่ายในท้องถิ่น แต่ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นเจรจางบ–รูปแบบกับกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอ ครม. สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเตรียมเป๋าตังให้พร้อม ติดตามประกาศจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. และอย่าหลงเชื่อช่องทางรับสิทธิ์นอกระบบ

เมื่อมีมติอย่างเป็นทางการ บทความนี้ควรอ่านคู่กับประกาศราชการล่าสุดเสมอ เพราะตัวเลขสิทธิ์และงบอาจถูกปรับให้ตรงกับแหล่งเงินที่เคาะได้จริง

อ่านต่อ: ที่เที่ยวไทย · บทความท่องเที่ยว · สังคมและสิทธิไทย

แหล่งอ้างอิง