ตั้งแต่มีการตรวจวัดด้วยเครื่องมือเมื่อราวปี 1900 มีแผ่นดินไหวขนาด M8.5 ขึ้นไปเพียง 17 ครั้งเท่านั้น — และเกือบทั้งหมดอยู่ในหรือติดวงแหวนแห่งไฟ

17 ครั้งที่โลกบันทึกไว้

ข้อมูลจากฐานข้อมูลของ USGS นับตั้งแต่ปี 1900 ถึงปัจจุบัน มีแผ่นดินไหวขนาด M8.5 ขึ้นไปเกิดขึ้น 17 ครั้ง นี่คือรายการทั้งหมด เรียงตามขนาด

ขนาดวันที่บริเวณ
M9.522 พ.ค. 2503วัลดิเวีย ชิลี — ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยวัดได้
M9.228 มี.ค. 2507พรินซ์วิลเลียมซาวด์ อะแลสกา
M9.126 ธ.ค. 2547สุมาตรา–หมู่เกาะอันดามัน
M9.111 มี.ค. 2554โทโฮกุ ญี่ปุ่น
M9.04 พ.ย. 2495คัมชัตกา รัสเซีย
M8.829 ก.ค. 2568คาบสมุทรคัมชัตกา รัสเซีย
M8.831 ม.ค. 2449เอกวาดอร์–โคลอมเบีย
M8.827 ก.พ. 2553เมาเล ชิลี
M8.74 ก.พ. 2508หมู่เกาะอะลูเชียนตะวันตก
M8.61 เม.ย. 2489เกาะยูนิแมก อะแลสกา
M8.615 ส.ค. 2493อัสสัม–ทิเบต
M8.69 มี.ค. 2500แอตกา อะแลสกา
M8.628 มี.ค. 2548ซิงกิล อินโดนีเซีย
M8.611 เม.ย. 2555แอ่งวอร์ตัน มหาสมุทรอินเดีย
M8.511 พ.ย. 2465วัลเลนาร์ ชิลี
M8.51 ก.พ. 2481ทะเลบันดา อินโดนีเซีย
M8.513 ต.ค. 2506หมู่เกาะคูริล

สังเกตรูปแบบสองอย่าง อย่างแรกคือชื่อสถานที่วนอยู่กับชิลี อะแลสกา ญี่ปุ่น คัมชัตกา และอินโดนีเซีย ซึ่งทั้งหมดคือแนวมุดตัว อย่างที่สองคือรายการนี้ไม่ได้กระจุกอยู่ในอดีต — ครั้งล่าสุดคือ M8.8 ที่คัมชัตกา เมื่อ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งติดอันดับ 6 ของรายการทั้งหมด

แผนที่ USGS แสดงตำแหน่งแผ่นดินไหวขนาด M8 ขึ้นไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 1900
ตำแหน่งแผ่นดินไหว M8 ขึ้นไปตั้งแต่ปี 1900 — จุดเรียงตัวเป็นวงล้อมมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างชัดเจน · ภาพ: USGS · Public domain · via Wikimedia Commons

ชิลี 2503 — สถิติที่ยังไม่มีใครทำลาย

แผ่นดินไหวที่วัลดิเวีย ประเทศชิลี เมื่อ 22 พฤษภาคม 2503 ขนาด M9.5 ยังคงเป็นแผ่นดินไหวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยตรวจวัดได้ และน่าจะเป็นสถิติที่อยู่ไปอีกนาน เพราะต้องอาศัยรอยแตกยาวหลายร้อยกิโลเมตรที่ขยับพร้อมกัน

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้สำคัญต่อโลกไม่ใช่แค่ขนาด แต่คือสึนามิที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปถึงฮาวายและญี่ปุ่น ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร ใช้เวลาราวหนึ่งวัน และยังสร้างความเสียหายกับผู้เสียชีวิตที่ปลายทางได้

บทเรียนนี้นำไปสู่การก่อตั้งระบบเตือนภัยสึนามิของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นต้นแบบของระบบเตือนภัยที่ใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน รวมถึงระบบที่ไทยใช้อยู่

Advertisement

2547 — เหตุการณ์ที่เปลี่ยนประเทศไทย

วันที่ 26 ธันวาคม 2547 แผ่นดินไหวขนาด M9.1 ที่ร่องมุดตัวซุนดา นอกชายฝั่งตะวันตกของเกาะสุมาตรา ก่อให้เกิดสึนามิที่คร่าชีวิตผู้คนใน 14 ประเทศรอบมหาสมุทรอินเดีย และเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

สำหรับไทย คลื่นเข้าถึงชายฝั่งอันดามันภายในเวลาราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงหลังแผ่นดินไหว กระทบพังงา ภูเก็ต กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล

สิ่งที่ทำให้ความสูญเสียมากขนาดนั้นไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา แต่เพราะ ไม่มีระบบส่งต่อคำเตือน ในตอนนั้นมหาสมุทรอินเดียยังไม่มีเครือข่ายเตือนภัยสึนามิเหมือนแปซิฟิก และคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักสัญญาณธรรมชาติอย่างน้ำทะเลลดผิดปกติ หลายคนจึงเดินลงไปดูพื้นทะเลที่โผล่ขึ้นมาแทนที่จะวิ่งขึ้นที่สูง

แผนที่แสดงจำนวนผู้เสียชีวิตและความเสียหายจากสึนามิมหาสมุทรอินเดีย ปี 2547 แยกตามประเทศ
ขอบเขตความสูญเสียจากสึนามิ 2547 รอบมหาสมุทรอินเดีย — คลื่นเดินทางถึง 14 ประเทศ · ภาพ: Coinmanj · CC BY-SA 3.0 · via Wikimedia Commons

หลังเหตุการณ์นั้น ไทยจัดตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ติดตั้งทุ่นตรวจวัดในทะเลอันดามัน วางหอเตือนภัยตามชายหาด และทำป้ายเส้นทางอพยพ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังใช้อยู่ทุกวันนี้ นี่คือสิ่งที่ไม่มีก่อนปี 2547

สิ่งที่เหตุการณ์ใหญ่สอนเรา

เมื่อดูทั้ง 17 เหตุการณ์รวมกัน มีบทเรียนที่ซ้ำกันอยู่ไม่กี่ข้อ

  • ขนาดไม่ได้กำหนดจำนวนผู้เสียชีวิต — ชิลี 2503 ใหญ่กว่าเหตุการณ์อื่นทั้งหมด แต่ผู้เสียชีวิตน้อยกว่าเหตุการณ์ที่เล็กกว่าหลายครั้ง เพราะประชากรเบาบางและอาคารต่างกัน สิ่งที่กำหนดความสูญเสียคือมาตรฐานอาคาร ความหนาแน่นประชากร และระบบเตือนภัย
  • สึนามิฆ่าคนมากกว่าแรงสั่น ในเหตุการณ์แนวมุดตัวใต้ทะเล ทั้ง 2547 และ 2554 ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากคลื่น ไม่ใช่จากอาคารถล่ม
  • เวลาไม่กี่นาทีเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ — ระบบเตือนล่วงหน้าของญี่ปุ่นให้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายสิบวินาที แต่พอให้รถไฟหยุดและคนเข้าที่กำบัง
  • ความรู้พื้นฐานของประชาชนคือด่านสุดท้าย — คนที่รู้ว่าน้ำลดผิดปกติแปลว่าอะไร รอดได้โดยไม่ต้องรอประกาศ
  • เหตุใหญ่ยังเกิดอยู่ — M8.8 คัมชัตกา ปี 2568 เป็นเครื่องเตือนว่ารายการนี้ไม่ได้ปิดไปแล้ว
ดูสถานการณ์ปัจจุบัน: เทียบจำนวนแผ่นดินไหวปีนี้กับค่าฐาน 11 ปีว่าผิดปกติหรือไม่ พร้อมรายการล่าสุดแบบเรียลไทม์ ที่ หน้าวงแหวนแห่งไฟ

แล้วตอนนี้ผิดปกติไหม

คำถามที่ตามมาเสมอเมื่ออ่านรายการแบบนี้คือ ปีนี้เรากำลังอยู่ในช่วงที่แผ่นดินไหวถี่ผิดปกติหรือเปล่า

คำตอบวัดได้จากข้อมูล เมื่อนับจากฐานข้อมูล USGS ย้อนหลัง 11 ปี จำนวนแผ่นดินไหวขนาด M6.0 ขึ้นไปต่อปีอยู่ในช่วงราว 99–157 ครั้ง เฉลี่ยราว 134 ครั้ง ส่วน M7.0 ขึ้นไปอยู่ในช่วงราว 7–19 ครั้ง เฉลี่ยราว 14 ครั้ง อัตราของปีปัจจุบันเมื่อคำนวณจากข้อมูลถึงวันนี้ ยังอยู่ในกรอบดังกล่าว แม้จะค่อนไปทางสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย

แปลว่าความรู้สึกที่ว่า "ช่วงนี้แผ่นดินไหวเยอะจัง" มักมาจากการที่ข่าวเดินทางเร็วขึ้นและเครือข่ายตรวจวัดหนาแน่นขึ้น มากกว่าจะมาจากการที่โลกเปลี่ยนพฤติกรรมจริง

สรุป

แผ่นดินไหวขนาด M8.5 ขึ้นไปเกิดเพียง 17 ครั้งในรอบกว่าร้อยปี และเกือบทั้งหมดอยู่ที่แนวมุดตัวรอบแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย เหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดคือชิลี 2503 ขนาด M9.5 ส่วนเหตุการณ์ที่เปลี่ยนประเทศไทยมากที่สุดคือสุมาตรา–อันดามัน 2547

บทเรียนร่วมของทุกเหตุการณ์คือความสูญเสียไม่ได้ถูกกำหนดโดยขนาดของแผ่นดินไหว แต่ถูกกำหนดโดยสิ่งที่มนุษย์เตรียมไว้ล่วงหน้า ทั้งมาตรฐานอาคาร ระบบเตือนภัย และความรู้พื้นฐานของคนทั่วไปว่าต้องทำอะไรเมื่อเห็นสัญญาณ

Advertisement

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมรายการนี้เริ่มที่ปี 1900

เพราะก่อนหน้านั้นยังไม่มีเครือข่ายเครื่องวัดความไหวสะเทือนที่ครอบคลุมพอจะคำนวณขนาดได้อย่างเชื่อถือได้ แผ่นดินไหวก่อนยุคนั้นประเมินจากบันทึกความเสียหายและคำบอกเล่า ซึ่งเทียบตัวเลขกับยุคปัจจุบันโดยตรงไม่ได้

แผ่นดินไหวใหญ่ที่สุดจะเกิดที่ไหนได้อีก

พื้นที่ที่มีศักยภาพคือแนวมุดตัวที่ยาวและถูกล็อกมานาน เช่น แนวคาสเคเดียนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกา ร่องญี่ปุ่น ร่องชิลี-เปรู และร่องซุนดา แต่ไม่มีใครพยากรณ์วันเวลาได้ นักวิทยาศาสตร์ประเมินได้เพียงความน่าจะเป็นในกรอบหลายสิบปี

ไทยมีโอกาสเจอสึนามิแบบ 2547 อีกไหม

มีความเป็นไปได้ เพราะร่องมุดตัวซุนดายังทำงานอยู่ แต่ครั้งนี้ไทยมีระบบเตือนภัย ทุ่นตรวจวัด หอเตือนภัย และเส้นทางอพยพที่ไม่มีในปี 2547 สิ่งที่ยังเป็นจุดอ่อนคือความรู้และการซ้อมของประชาชน ซึ่งจางลงตามเวลาที่ผ่านไป

ทำไม M8.8 คัมชัตกา 2568 ถึงไม่เป็นข่าวใหญ่เท่า 2554

เพราะคาบสมุทรคัมชัตกามีประชากรเบาบางมากและอยู่ห่างจากเมืองใหญ่ ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจึงจำกัด ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของหลักที่ว่าขนาดของแผ่นดินไหวกับผลกระทบต่อมนุษย์เป็นคนละเรื่องกัน

แหล่งอ้างอิง

  • USGS Earthquake Catalog — รายการแผ่นดินไหว M8.5 ขึ้นไปตั้งแต่ปี 1900 และสถิติรายปีที่ใช้คำนวณค่าฐานในบทความนี้
  • ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (NDWC) — ระบบเตือนภัยสึนามิของไทยที่จัดตั้งหลังเหตุการณ์ปี 2547
  • ระบบเตือนภัยสึนามิมหาสมุทรแปซิฟิก — ก่อตั้งขึ้นเป็นผลจากบทเรียนแผ่นดินไหวชิลี 2503

อ่านต่อ: วงแหวนแห่งไฟเรียลไทม์ · ทำไมแผ่นดินไหวใต้ทะเลถึงเกิดสึนามิ · เช็กลิสต์คนไทยเมื่อแผ่นดินไหวใหญ่