บีเทลจุสคือจุดสีส้มที่หัวไหล่ของกลุ่มดาวนายพราน เป็นดาวที่คนดูดาวทั่วโลกจับตามาหลายปี เพราะมันหรี่ลงอย่างน่าตกใจเมื่อปี 2562 จนมีข่าวลือว่ากำลังจะระเบิด

ปริศนาที่ค้างมานาน

บีเทลจุสเป็นดาวยักษ์แดงที่ใหญ่มาก ถ้าเอาไปวางแทนดวงอาทิตย์ ผิวของมันจะกินพื้นที่เลยวงโคจรของโลกออกไป ดาวแบบนี้มีความสว่างไม่คงที่อยู่แล้ว แต่ของบีเทลจุสมีรูปแบบที่แปลก

นอกจากรอบสั้นที่อธิบายได้ด้วยการเต้นของตัวดาวเอง มันยังมีรอบยาวราว 2,100 วัน หรือเกือบหกปี ที่ไม่มีใครอธิบายได้ลงตัว

ข้อเสนอ: มีดาวอีกดวงโคจรอยู่

เมื่อปี 2567 มีการเสนอว่ารอบยาวนี้เกิดจากดาวคู่ที่โคจรรอบบีเทลจุส ดาวดวงนี้ได้ชื่อว่า ซีวาร์ฮา (Siwarha) หรือเรียกตามระบบว่าบีเทลจุส บี

ปัญหาคือการจะเห็นมันยากมาก เพราะมันเล็กกว่าและจางกว่าดาวแม่มหาศาล แถมยังอยู่ใกล้จนจมอยู่ในแสงจ้าของบีเทลจุสเอง เปรียบเหมือนพยายามมองหิ่งห้อยที่บินอยู่ข้างไฟหน้ารถ

Advertisement

หลักฐานที่มีในปี 2569

  • ภาพถ่ายโดยตรง — มีรายงานการตรวจจับดาวคู่ด้วยความเชื่อมั่นสูงเป็นครั้งแรก และมีการถ่ายภาพที่ชัดที่สุดเท่าที่เคยมี
  • ร่องรอยก๊าซ — ข้อมูลจากกล้องฮับเบิลและกล้องภาคพื้นดินรวมเกือบแปดปี พบแนวก๊าซหนาแน่นที่ดูเหมือนรอยที่ดาวคู่ทิ้งไว้ขณะเคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศรอบนอกของบีเทลจุส
  • คลื่นวิทยุ — การสังเกตด้วยกล้องวิทยุระหว่างปี 2564 ถึง 2569 พบว่ารูปทรงของชั้นบรรยากาศรอบนอกเปลี่ยนไปในทางที่สอดคล้องกับวงโคจรที่ทำนายไว้

แต่ยังไม่ใช่ข้อยุติ

ข้อนี้สำคัญและมักถูกข้ามไปในข่าว แหล่งข้อมูลทางดาราศาสตร์ยังไม่ลงรอยกัน บางแหล่งถือว่าการมีอยู่ของซีวาร์ฮาได้รับการยืนยันแล้ว ขณะที่บางแหล่งเห็นว่าหลักฐานยังไม่หนักแน่นพอ และยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าดาวดวงนี้ถูกแรงโน้มถ่วงของบีเทลจุสยึดไว้จริงหรือไม่ แม้จะมีแนวโน้มไปทางนั้น

เวลาอ่านข่าวดาราศาสตร์ จุดที่ควรสังเกตคือคำว่า “พบ” กับ “ยืนยัน” ไม่เหมือนกัน และเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าวิทยาศาสตร์เดินหน้าด้วยการสะสมหลักฐาน ไม่ใช่ประกาศครั้งเดียวจบ

แล้วมันจะระเบิดเมื่อไร

บีเทลจุสจะจบชีวิตด้วยการระเบิดเป็นซูเปอร์โนวาแน่นอน แต่ “เร็ว ๆ นี้” ในภาษาดาราศาสตร์หมายถึงช่วงเวลาที่อาจยาวหลายหมื่นถึงแสนปี การหรี่ลงเมื่อปี 2562 ซึ่งเคยถูกตีความว่าเป็นสัญญาณ ภายหลังพบว่าน่าจะเกิดจากฝุ่นที่ดาวพ่นออกมาบังแสงไว้ ไม่ใช่สัญญาณการระเบิด

ถ้าวันนั้นมาถึง มันจะสว่างจนเห็นได้ในเวลากลางวัน และเป็นเหตุการณ์ที่มนุษย์ทั้งโลกจะได้ดูพร้อมกัน เพียงแต่เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าเป็นคืนไหน

อ่านต่อ

เรื่องใกล้ตัวที่อธิบายได้ด้วยหลักการตรงไปตรงมา อ่านเพิ่มได้ที่ หน้ารวมบทความ