ฝนหนักเม็ดแรกของเย็นวันนั้นหยุดไปไม่ถึงชั่วโมง ทุ่งนาหลังบ้าน ท่อระบายน้ำ และแอ่งน้ำข้างถนนก็ดังระงมไปทั้งคืน เสียงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกบดีใจที่ฝนตก แต่เป็นการแข่งขันที่มีเวลาจำกัด

สรุป: เสียงร้องส่วนใหญ่มาจาก กบ เขียด และอึ่งเพศผู้ ที่ร้องเรียกเพศเมียเพื่อผสมพันธุ์ หลายชนิดเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์แบบ “ระเบิด” คือรอฝนหนักแล้วรีบวางไข่ในแอ่งน้ำชั่วคราวภายในไม่กี่คืน เพราะแอ่งแบบนี้มีปลาผู้ล่าน้อย แต่จะแห้งหายไปในไม่ช้า ฝนจึงเป็นทั้งสัญญาณเริ่มต้นและนาฬิกาจับเวลาของพวกมัน

ใครร้อง และร้องไปทำไม

ในกบและอึ่งส่วนใหญ่ ตัวผู้เป็นฝ่ายร้อง เป้าหมายหลักคือบอกตัวเมียว่า ที่นี่มีตัวผู้ของชนิดเดียวกันพร้อมผสมพันธุ์ และบอกตัวผู้ตัวอื่นว่าพื้นที่นี้มีเจ้าของแล้ว

กลไกการร้องน่าสนใจมาก กบดันลมจากปอดผ่านกล่องเสียง แล้วลมจะเข้าไปพองอยู่ใน ถุงเสียง ใต้คางหรือข้างแก้ม ถุงนี้ทำหน้าที่เหมือนลำโพงขยายเสียง และช่วยให้ลมไหลกลับเข้าปอดเพื่อใช้ร้องซ้ำได้โดยไม่ต้องหายใจเข้าใหม่ทุกครั้ง

กบแต่ละชนิดมีเสียงร้องเฉพาะตัว ทั้งจังหวะ ความถี่ และความยาว ตัวเมียจึงแยกได้ว่าเสียงไหนเป็นชนิดเดียวกับตัวเอง ในหลายชนิด ตัวเมียยังเลือกคู่จากลักษณะเสียง เช่น เสียงที่ทุ้มกว่ามักมาจากตัวที่ใหญ่กว่า หรือตัวที่ร้องได้ถี่และนานกว่า ซึ่งบอกว่ามีพลังงานมาก

การร้องมีราคาที่ต้องจ่าย

การร้องทั้งคืนใช้พลังงานมหาศาล และยังเป็นการประกาศตำแหน่งให้ผู้ล่ารู้ด้วย มีงานวิจัยที่พบว่า ค้างคาวบางชนิดในอเมริกากลางล่ากบโดยฟังเสียงร้อง

กบบางชนิดจึงมีกลยุทธ์ที่เรียกว่า ตัวผู้บริวาร คือตัวผู้ที่ไม่ร้องเอง แต่นั่งเงียบอยู่ใกล้ตัวที่ร้องเก่ง แล้วคอยดักตัวเมียที่เดินทางเข้ามาหาเสียงนั้น ประหยัดพลังงานและเสี่ยงน้อยกว่า แม้โอกาสจะน้อยกว่าก็ตาม

Advertisement

ทำไมต้องรอหลังฝนตก

คำตอบอยู่ที่ แอ่งน้ำชั่วคราว ที่เกิดขึ้นหลังฝนหนัก ทั้งนาข้าวที่เพิ่งมีน้ำขัง ร่องน้ำ และหลุมบ่อข้างถนน

  • ข้อดี — แอ่งน้ำที่เพิ่งเกิดไม่มีปลา ซึ่งเป็นผู้ล่าสำคัญของไข่และลูกอ๊อด ลูกอ๊อดจึงรอดมากกว่าในบ่อถาวร
  • ข้อเสีย — แอ่งน้ำจะแห้งในเวลาไม่นาน ลูกอ๊อดต้องเจริญเติบโตจนขึ้นบกได้ก่อนน้ำหมด

ผลลัพธ์คือกลยุทธ์ที่นักชีววิทยาเรียกว่า การผสมพันธุ์แบบระเบิด (explosive breeding) ตัวผู้จำนวนมากมารวมกันพร้อมกันหลังฝนหนัก ร้องและผสมพันธุ์กันอย่างเข้มข้นเพียงไม่กี่คืน แล้วเงียบหายไป ต่างจากบางชนิดที่ร้องได้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

อีกเหตุผลคือ ผิวหนังของกบบางและต้องชุ่มชื้นอยู่เสมอ อากาศที่ชื้นหลังฝนตกทำให้พวกมันเดินทางบนบกไปยังแหล่งน้ำได้โดยไม่แห้งตาย ช่วงหน้าแล้ง หลายชนิดขุดรูหลบอยู่ใต้ดินหรือซ่อนตัวในที่ชื้น

รู้จักนักร้องประจำหน้าฝนของไทย

อึ่งอ่างบ้าน ลำตัวอ้วนกลมสีน้ำตาลเข้ม มีแถบสีน้ำตาลอ่อนพาดข้างลำตัว เกาะอยู่บนแผ่นไม้
อึ่งอ่างบ้าน (Kaloula pulchra) สังเกตแถบสีน้ำตาลอ่อนพาดจากหัวไปข้างลำตัว ภาพนี้ถ่ายที่เมืองเกาสง ไต้หวัน · ภาพ: LiCheng Shih · CC BY 2.0 · via Wikimedia Commons
  • อึ่งอ่างบ้าน — ตัวอ้วนกลม มีแถบสีน้ำตาลอ่อนพาดข้างลำตัว เสียงร้องดังทุ้ม เป็นหนึ่งในเสียงที่คุ้นหูที่สุดหลังฝนตก เวลาถูกคุกคามจะสูดลมพองตัวให้ดูใหญ่ขึ้น และมักขุดรูอยู่ใต้ดินในช่วงแล้ง
  • กบนา — พบได้ทั่วไปตามทุ่งนาและแหล่งน้ำ เป็นกบที่คนไทยคุ้นเคยทั้งในธรรมชาติและในฟาร์ม
  • ปาดบ้าน — กบต้นไม้ที่มักพบเกาะตามผนังบ้าน ห้องน้ำ และกระถางต้นไม้ มีพฤติกรรมสร้างรังเป็นฟองเกาะไว้เหนือผิวน้ำ เมื่อลูกอ๊อดฟักจะหล่นลงไปในน้ำ
  • คางคกบ้าน — ผิวขรุขระ มีต่อมพิษหลังตา ร้องในช่วงฝนเช่นกัน สัตว์เลี้ยงที่กัดหรือเลียคางคกอาจได้รับพิษได้

ร้องพร้อมกันเป็นวง ได้อะไร

เสียงระงมที่เราได้ยินไม่ได้มาจากกบตัวเดียว แต่เป็น คณะประสานเสียง ของตัวผู้จำนวนมาก การรวมกลุ่มมีข้อดีหลายอย่าง

  • เสียงรวมดังไปไกลกว่า ตัวเมียจากพื้นที่ห่างไกลได้ยินและเดินทางมาได้
  • แต่ละตัวเสี่ยงน้อยลง เพราะผู้ล่ามีเป้าหมายให้เลือกมาก
  • จังหวะไม่ชนกัน ในบางชนิด ตัวผู้จะร้องสลับจังหวะกับตัวข้าง ๆ เพื่อไม่ให้เสียงของตัวเองถูกกลบ

เสียงกบบอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกหายใจและดูดซึมน้ำผ่านผิวหนังได้ จึงไวต่อสารเคมีและการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำมาก การที่ทุ่งนาเคยดังระงมแล้วเงียบลงในหลายปีต่อมา อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปในพื้นที่นั้น

ในระดับโลก การประเมินสถานภาพสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกครั้งที่สอง ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature ปี 2566 ประเมิน 8,011 ชนิด และพบว่า ราว 41% ถูกคุกคามจนเสี่ยงสูญพันธุ์ ทำให้เป็นกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ถูกคุกคามมากที่สุด เทียบกับนก 13% สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 27% และสัตว์เลื้อยคลาน 21%

งานเดียวกันพบว่าในช่วง 2523–2547 โรคและการสูญเสียถิ่นอาศัยเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สถานภาพแย่ลง ส่วนหลังปี 2547 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด คิดเป็นราว 39% ของกรณีที่สถานภาพแย่ลง ตามด้วยการสูญเสียถิ่นอาศัยราว 37%

บางประเทศใช้เสียงร้องนี้เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น ออสเตรเลียมีแอป FrogID ของพิพิธภัณฑ์ออสเตรเลีย ให้ประชาชนอัดเสียงกบส่งเข้ามา นักวิจัยใช้เสียงเหล่านี้ระบุชนิดและติดตามว่ากบชนิดไหนยังอยู่ที่ใด

Advertisement

เสียงกบรบกวนการนอน ทำอย่างไรได้บ้าง

  • อย่าใช้ยาฆ่าหรือสารเคมีไล่ — กบช่วยกินแมลงหลายชนิด และสารเคมีลงไปสะสมในแหล่งน้ำ
  • ลดน้ำขังใกล้ห้องนอน — กระถาง ถังน้ำ และภาชนะที่มีน้ำขัง ซึ่งช่วยลดยุงลายไปพร้อมกัน
  • ใช้เสียงพื้นหลัง — พัดลมหรือเสียงไวต์นอยส์ช่วยกลบเสียงได้
  • รอสักหน่อย — ชนิดที่ผสมพันธุ์แบบระเบิดมักร้องหนักเพียงไม่กี่คืนหลังฝนหนัก
  • ล้างมือหลังจับกบหรือคางคก — และอย่าเอามือไปขยี้ตา กันไม่ให้สัตว์เลี้ยงเล่นกับคางคก

คำถามที่พบบ่อย

กบร้องแปลว่าฝนจะตกจริงไหม?
เป็นความเชื่อที่มีมานาน ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้นก่อนฝนตกอาจกระตุ้นให้บางชนิดเริ่มร้อง แต่หลักฐานว่าใช้พยากรณ์ฝนได้อย่างแม่นยำยังไม่ชัดเจน กบส่วนใหญ่ร้องดังที่สุด หลัง ฝนตกมากกว่าก่อนฝนตก

ทำไมบางคืนฝนตกแต่เงียบ?
ขึ้นกับปริมาณฝน อุณหภูมิ ช่วงเวลาของฤดู และว่ามีแอ่งน้ำเกิดขึ้นเพียงพอหรือไม่ ฝนปรอยเล็กน้อยอาจไม่พอกระตุ้น ส่วนปลายฤดูผสมพันธุ์กบบางชนิดก็เลิกร้องไปแล้ว

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง

  • Luedtke, J. A. et al. (2023). Ongoing declines for the world's amphibians in the face of emerging threats. Nature
  • IUCN SSC Amphibian Specialist Group — Global Amphibian Assessment 2
  • Australian Museum — FrogID และ Why do frogs call?
  • U.S. Fish & Wildlife Service และ Minnesota Department of Natural Resources — Frog and toad calls / breeding behavior