Pyramid Mystery Series · ตอนที่ 10 จาก 10 — ตอนจบ
← ตอนที่ 9: เทคโนโลยีไขปริศนา · ปิรามิดในอุษาคเนย์

คำถามที่คนไทยถามบ่อยที่สุดคือ "บ้านเรามีปิรามิดไหม" — คำตอบคือไม่มีแบบอียิปต์ แต่เรามีสิ่งก่อสร้างทรงสูงสอบที่ตั้งใจสื่อความหมายคนละอย่างโดยสิ้นเชิง และนั่นคือส่วนที่น่าสนใจที่สุด

สรุป: ไทยไม่มีปิรามิดหินแบบกิซา แต่มี พระปรางค์และปราสาทขอม ซึ่งเป็นทรงสูงสอบเหมือนกันแต่มีความหมายต่างกันสิ้นเชิง ปิรามิดอียิปต์คือ สุสานของฟาโรห์ ส่วนปราสาทและปรางค์ในอุษาคเนย์คือ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์จำลองเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นที่สถิตของเทพและพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ที่ฝังศพ

ทำไมอารยธรรมที่ไม่รู้จักกันถึงสร้างทรงคล้ายกัน

ก่อนจะไปที่ความต่าง ต้องตอบคำถามที่ทำให้เกิดทฤษฎีแปลกๆ มากมายเสียก่อน คือทำไมอียิปต์ เมโสอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไม่เคยติดต่อกัน ถึงสร้างสิ่งก่อสร้างทรงฐานกว้างยอดแหลมเหมือนกัน

คำอธิบายที่นักโบราณคดีกระแสหลักยอมรับไม่ได้ซับซ้อนเลย และมีสองข้อ

ข้อแรก เป็นเรื่องฟิสิกส์ล้วนๆ ถ้าจะสร้างสิ่งก่อสร้างให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้โดยใช้หินหรืออิฐวางซ้อนกัน โดยไม่มีเหล็กเสริมและไม่มีคอนกรีต รูปทรงที่มั่นคงที่สุดคือฐานกว้างแล้วสอบขึ้นไป เพราะน้ำหนักถูกถ่ายลงฐานอย่างสมดุลและไม่ล้ม อารยธรรมใดที่แก้โจทย์เดียวกันด้วยวัสดุเดียวกันย่อมได้คำตอบใกล้เคียงกัน โดยไม่ต้องลอกกัน

ข้อสอง เป็นเรื่องความหมายร่วมของมนุษย์ วัฒนธรรมจำนวนมากทั่วโลกมองว่าภูเขาคือที่สูงที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ เมื่อไม่มีภูเขาในพื้นที่ หรืออยากมีภูเขาในเมือง ก็สร้างขึ้นเอง แนวคิดนี้เกิดขึ้นเป็นเอกเทศได้ในหลายที่

นี่คือเหตุผลที่นักโบราณคดีไม่จำเป็นต้องอาศัยทฤษฎีเรื่องอารยธรรมสาบสูญหรือมนุษย์ต่างดาวมาอธิบายความคล้ายกัน

ความต่างที่สำคัญกว่าความเหมือน

เมื่อดูให้ลึกกว่ารูปทรงภายนอก จะพบว่าอาคารเหล่านี้ต่างกันแทบทุกด้าน

ปิรามิดอียิปต์ปราสาท/ปรางค์ อุษาคเนย์ปิรามิดมายา
หน้าที่หลักสุสานของฟาโรห์ที่สถิตเทพ ศาสนสถานฐานวิหารสำหรับพิธีกรรม
ภายในมีห้องและทางเดิน ปิดผนึกมีห้องครรภคฤหะประดิษฐานรูปเคารพตันเป็นส่วนใหญ่
ยอดแหลมเรียบยอดทรงฝักข้าวโพดหรือทรงดอกบัวตูมแบนราบ มีวิหารตั้งอยู่ด้านบน
คนเข้าไปได้ไหมไม่ ปิดผนึกหลังฝังได้ เป็นที่ประกอบพิธีต่อเนื่องขึ้นบันไดไปวิหารด้านบนได้
ความหมายเส้นทางสู่ชีวิตหลังความตายเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางจักรวาลภูเขาศักดิ์สิทธิ์เชื่อมโลกกับเทพ

ความต่างที่ชี้ขาดที่สุดคือ ปิรามิดอียิปต์เป็นอาคารที่สร้างเพื่อปิด เมื่อฝังฟาโรห์แล้วก็ผนึกทางเข้าโดยตั้งใจไม่ให้ใครเข้าไปอีก ขณะที่ ปราสาทและปรางค์เป็นอาคารที่สร้างเพื่อเปิด ให้คนเข้าไปสักการะและประกอบพิธีต่อเนื่องนับร้อยปี

Advertisement

เขาพระสุเมรุ — แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังทุกปราสาท

ถ้าเข้าใจแนวคิดเดียวนี้ จะเข้าใจสถาปัตยกรรมเขมรและไทยได้เกือบทั้งหมด

ตามคติจักรวาลวิทยาแบบฮินดูและพุทธ ศูนย์กลางของจักรวาลคือ เขาพระสุเมรุ ภูเขาสูงที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาชั้นต่างๆ และมหาสมุทร โดยมีเทพสถิตอยู่บนยอด

ปราสาทขอมจึงถูกออกแบบให้เป็นแบบจำลองของจักรวาลนี้อย่างเป็นระบบ

  • ปราสาทประธานตรงกลาง = ยอดเขาพระสุเมรุ ที่สถิตของเทพหรือพระพุทธเจ้า
  • ปรางค์บริวารรอบข้าง = เทือกเขาที่ล้อมรอบ
  • กำแพงแก้วและระเบียงคด = ขอบเขตของจักรวาล
  • สระน้ำหรือคูน้ำโดยรอบ = มหาสมุทรที่ล้อมภูเขา
  • ทางเดินและสะพานนาค = เส้นทางเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกเทพ

เมื่อเข้าใจผังนี้ การเดินเข้าปราสาทจึงไม่ใช่แค่การเดินเข้าอาคาร แต่เป็นการจำลองการเดินทางจากโลกมนุษย์เข้าสู่ศูนย์กลางจักรวาลตามลำดับชั้น

ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่บนเนินเขา
ปราสาทพนมรุ้ง บุรีรัมย์ — ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว ซึ่งทำให้แนวคิดภูเขาศักดิ์สิทธิ์เป็นจริงทั้งโดยความหมายและโดยที่ตั้ง · ภาพ: Philip Nalangan · CC BY-SA 4.0 · via Wikimedia Commons

ที่เที่ยวในไทยที่ได้บรรยากาศนี้

ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์

เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดของแนวคิดภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในไทย เพราะตั้งอยู่บน ปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ทำให้ตัวปราสาทอยู่บนภูเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่จำลอง

จุดที่ทำให้พนมรุ้งโดดเด่นคือการวางแนวอาคารที่สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ในบางช่วงของปีแสงอาทิตย์จะส่องทะลุประตูทั้ง 15 บานเป็นแนวตรงเดียวกัน ซึ่งเกิดขึ้นปีละไม่กี่ครั้งและมีคนมาชมจำนวนมาก ควรตรวจสอบวันที่กับอุทยานประวัติศาสตร์ก่อนเดินทาง เพราะช่วงเวลาเปลี่ยนไปในแต่ละปี

ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

เป็นปราสาทขอมที่ใหญ่ที่สุดในไทยและมีองค์ประกอบครบถ้วนที่สุด ทั้งปราสาทประธาน ระเบียงคด และซุ้มประตู

จุดที่น่าสนใจทางวิชาการคือพิมายเป็น ศาสนสถานในพุทธศาสนามหายาน ต่างจากปราสาทขอมส่วนใหญ่ที่สร้างในคติฮินดู และมีการตั้งข้อสังเกตว่าปราสาทประธานหันหน้าไปทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศไปสู่เมืองพระนคร แทนที่จะหันไปทางทิศตะวันออกตามธรรมเนียมทั่วไป

ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ปราสาทหินพิมาย — ปราสาทขอมที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนามหายาน ต่างจากปราสาทขอมส่วนใหญ่ · ภาพ: Arian Zwegers · CC BY 2.0 · via Wikimedia Commons

พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ

พระปรางค์วัดอรุณเป็นพัฒนาการของแนวคิดเดียวกันในยุคหลัง โดยรูปแบบพระปรางค์ในสมัยรัตนโกสินทร์ได้รับอิทธิพลจากปราสาทขอมผ่านทางอยุธยา แล้วปรับให้เพรียวและสูงชะลูดขึ้น

ความหมายยังคงเดิมคือจำลองเขาพระสุเมรุ โดยมีปรางค์ประธานองค์ใหญ่ตรงกลางและปรางค์ทิศล้อมรอบ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือการประดับผิวด้วย กระเบื้องเคลือบและเปลือกหอย รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนที่มาจากอับเฉาเรือสินค้า ทำให้ผิวปรางค์แวววาวเมื่อต้องแสง

สำหรับผู้ไปเที่ยว ช่วงเช้าและเย็นให้แสงสวยที่สุด และควรระวังบันไดขึ้นปรางค์ซึ่งชันมากและไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือคนที่กลัวความสูง

พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร
พระปรางค์วัดอรุณ — พัฒนาการของแนวคิดเขาพระสุเมรุในสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับผิวด้วยกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยจีนจากอับเฉาเรือ · ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0 · via Wikimedia Commons

นครวัด ประเทศกัมพูชา

ถ้ามีโอกาสข้ามไปกัมพูชา นครวัดคือรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุดของแนวคิดนี้ทั้งภูมิภาค เป็นปราสาทที่มีปรางค์ห้ายอดล้อมด้วยระเบียงคดสามชั้นและคูน้ำขนาดมหึมา ซึ่งเป็นการจำลองจักรวาลตามคติฮินดูอย่างครบถ้วน

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

เมื่อพูดถึงความคล้ายกันของสิ่งก่อสร้างโบราณ มักตามมาด้วยข้ออ้างที่ควรระวัง

"ต้องมีอารยธรรมเดียวสอนทุกที่" — ข้ออ้างนี้ไม่จำเป็น เพราะข้อจำกัดทางวิศวกรรมและความหมายเชิงสัญลักษณ์ของภูเขาอธิบายความคล้ายได้เพียงพอ อีกทั้งอายุของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ต่างกันหลายพันปี มหาพีระมิดสร้างราว 4,500 ปีก่อน ขณะที่ปราสาทขอมสร้างในช่วงประมาณพันปีที่ผ่านมา

"คนโบราณสร้างเองไม่ได้" — ข้ออ้างนี้ประเมินความสามารถของคนโบราณต่ำเกินไป มีหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงกระบวนการก่อสร้างจริง ทั้งเหมืองหิน ร่องรอยเครื่องมือ เส้นทางลำเลียง บันทึกการจ่ายค่าแรง และหมู่บ้านคนงาน

"ปราสาทหินคือปิรามิดของไทย" — เป็นการเปรียบเทียบที่ทำให้เข้าใจง่ายแต่คลาดเคลื่อน เพราะทำหน้าที่คนละอย่าง การเรียกปราสาทว่าปิรามิดทำให้พลาดสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์จริงของมัน ซึ่งคือการเป็นแบบจำลองจักรวาลที่ใช้งานได้จริงในพิธีกรรม

สรุปซีรีส์

ตลอดสิบตอนของซีรีส์นี้ สิ่งที่ปรากฏซ้ำคือความจริงว่ามนุษย์ในทุกยุคทุกทวีปพยายามตอบคำถามเดียวกัน คือจะเชื่อมโลกที่เรายืนอยู่กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเราได้อย่างไร

อียิปต์ตอบด้วยการสร้างทางไปสู่ชีวิตหลังความตาย มายาตอบด้วยการสร้างภูเขาให้ประกอบพิธีบนยอด ส่วนอุษาคเนย์ตอบด้วยการย่อจักรวาลทั้งใบมาไว้ในผังอาคารที่คนเดินเข้าไปได้

คำตอบสำหรับคำถามที่ตั้งไว้ตอนต้นจึงเป็นว่า ไทยไม่มีปิรามิดแบบอียิปต์ และไม่จำเป็นต้องมี เพราะสิ่งที่เรามีตอบคำถามคนละข้อด้วยวิธีที่ซับซ้อนไม่แพ้กัน

Advertisement

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศไทยมีปิรามิดจริงไหม

ไม่มีปิรามิดหินแบบอียิปต์ซึ่งเป็นสุสาน แต่มีพระปรางค์และปราสาทขอมที่มีรูปทรงสูงสอบคล้ายกัน ต่างกันที่หน้าที่และความหมาย ปิรามิดอียิปต์สร้างเพื่อฝังศพฟาโรห์แล้วปิดผนึก ส่วนปราสาทและปรางค์เป็นศาสนสถานที่จำลองเขาพระสุเมรุและเปิดให้คนเข้าไปประกอบพิธีอย่างต่อเนื่อง

ทำไมอารยธรรมที่ไม่รู้จักกันถึงสร้างทรงคล้ายกัน

มีสองเหตุผลที่อธิบายได้โดยไม่ต้องใช้ทฤษฎีพิเศษ ข้อแรกคือข้อจำกัดทางวิศวกรรม การก่อสร้างสูงด้วยหินหรืออิฐโดยไม่มีเหล็กเสริมทำให้รูปทรงฐานกว้างยอดสอบเป็นทางเลือกที่มั่นคงที่สุด ข้อสองคือหลายวัฒนธรรมมองภูเขาเป็นสิ่งเชื่อมโลกมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นเป็นเอกเทศได้

ปราสาทหินกับพระปรางค์ต่างกันอย่างไร

ปราสาทหินเป็นสถาปัตยกรรมแบบเขมรที่สร้างด้วยหินทรายหรือศิลาแลง มักมีอายุราวพันปีและพบมากในภาคอีสาน ส่วนพระปรางค์เป็นพัฒนาการในยุคหลังของไทย ก่อด้วยอิฐฉาบปูนและมีรูปทรงเพรียวสูงกว่า ทั้งสองอย่างมีรากความคิดเดียวกันคือการจำลองเขาพระสุเมรุ

ไปดูแสงลอดประตูที่พนมรุ้งต้องไปช่วงไหน

ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องทะลุประตูทั้ง 15 บานเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี และช่วงวันเปลี่ยนไปในแต่ละปีตามตำแหน่งดวงอาทิตย์ ควรตรวจสอบกำหนดการกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือกรมศิลปากรก่อนวางแผนเดินทาง เพราะช่วงนั้นคนจะเยอะมากและต้องไปถึงแต่เช้า

แหล่งอ้างอิง

  • กรมศิลปากร — ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย และโบราณสถานในประเทศไทย
  • UNESCO World Heritage — แหล่งมรดกโลกนครวัดและกลุ่มปราสาทในภูมิภาค
  • งานวิชาการด้านสถาปัตยกรรมเขมรและคติจักรวาลวิทยาเขาพระสุเมรุในศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร — ประวัติและการบูรณะพระปรางค์

อ่านต่อ: ตอนที่ 9: เทคโนโลยีไขปริศนาปิรามิด · ที่เที่ยวไทย · บทความทั้งหมด