เจอนมในตู้เย็นที่เลยวันบนกล่องมาสองวัน ทิ้งดีไหม — คำตอบขึ้นอยู่กับว่าบนกล่องเขียนว่าอะไร เพราะสองคำนี้มีความหมายต่างกันคนละเรื่อง
อาหารจำนวนมากถูกทิ้งทั้งที่ยังกินได้ เพราะคนอ่านวันบนฉลากแล้วเข้าใจว่าเป็นเส้นตายเดียวกันหมด ขณะเดียวกันก็มีอาหารอีกกลุ่มที่ยังไม่ถึงวันบนฉลากแต่กินไม่ได้แล้ว เพราะเก็บผิดวิธี การอ่านฉลากให้เป็นจึงช่วยได้ทั้งเรื่องเงินและเรื่องความปลอดภัย
สองคำนี้ต่างกันอย่างไร
| ควรบริโภคก่อน (Best Before / BBF) | หมดอายุ (Expiry / EXP) | |
|---|---|---|
| บอกอะไร | วันสุดท้ายที่อาหารยังคุณภาพดีที่สุดตามที่ผู้ผลิตรับรอง | วันสุดท้ายที่ยังปลอดภัยต่อการบริโภค |
| เลยวันแล้ว | อาจกินได้อยู่ แต่รสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส หรือคุณค่าทางอาหารเริ่มด้อยลง | ไม่ควรกิน แม้จะดูและได้กลิ่นปกติ |
| พบในอาหารประเภท | ขนมปังกรอบ ข้าวสาร เส้นแห้ง กาแฟ อาหารกระป๋อง ขนมถุง | นมพาสเจอร์ไรส์ อาหารพร้อมทาน เนื้อสัตว์แปรรูป ยา อาหารเสริม |
หลักคิดง่าย ๆ คือ “ควรบริโภคก่อน” เป็นเรื่องคุณภาพ ส่วน “หมดอายุ” เป็นเรื่องความปลอดภัย ของที่เลยวันควรบริโภคก่อนมาไม่นานและเก็บถูกวิธี มักยังกินได้ แต่ของที่ระบุว่าหมดอายุแล้ว ไม่ควรเสี่ยง
ในไทย ประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนดให้อาหารที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น ต้องแสดงวันที่ให้ผู้บริโภคเห็นชัด และอาหารบางประเภทต้องระบุคำว่า “หมดอายุ” โดยเฉพาะ ไม่ใช่ใช้คำว่าควรบริโภคก่อนแทนได้

วันบนฉลากใช้ได้ต่อเมื่อเก็บถูกวิธีเท่านั้น
จุดที่คนมองข้ามมากที่สุดคือ วันที่บนฉลากคำนวณจากสมมติฐานว่าอาหารถูกเก็บตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตลอดเวลา ถ้านมกล่องถูกวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นสองชั่วโมงระหว่างทางกลับบ้าน วันบนกล่องก็ไม่ได้แปลว่าจะยังปลอดภัยจนถึงวันนั้นอีกต่อไป
อีกกรณีที่สำคัญคือ เมื่อเปิดบรรจุภัณฑ์แล้ว วันบนฉลากใช้ไม่ได้อีกต่อไป ให้ยึดตามคำแนะนำที่เขียนว่า “เมื่อเปิดแล้วควรบริโภคภายในกี่วัน” แทน เพราะเมื่ออากาศและจุลินทรีย์เข้าไปแล้ว นาฬิกาจะเริ่มนับใหม่
ช่วงอุณหภูมิที่แบคทีเรียชอบที่สุด
เชื้อก่อโรคในอาหารเติบโตได้เร็วที่สุดในช่วงอุณหภูมิประมาณ 5–60 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกกันว่าเขตอันตราย นั่นคือเหตุผลที่หลักปฏิบัติเรื่องอาหารปลอดภัยจึงวนอยู่กับสองอย่าง คือทำให้เย็นพอ หรือทำให้ร้อนพอ
- ช่องธรรมดาของตู้เย็น ควรอยู่ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า
- ช่องแช่แข็ง ควรอยู่ที่ประมาณ -18 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า
- อาหารปรุงสุกที่วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง และถ้าอากาศร้อนจัดอย่างบ้านเรา ควรลดเหลือราว 1 ชั่วโมง
- อุ่นอาหารเหลือ ควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึงจริง ไม่ใช่แค่อุ่นให้พออุ่นมือ
ข้อควรรู้ที่สำคัญคือ การแช่แข็งไม่ได้ฆ่าเชื้อ แต่ทำให้เชื้อหยุดเติบโตชั่วคราว เมื่อละลายแล้วเชื้อจะกลับมาเติบโตต่อ ดังนั้นอาหารที่ละลายแล้วจึงไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งซ้ำในสภาพดิบ

จัดตู้เย็นอย่างไรให้ของไม่เสียก่อนเวลา
- เนื้อสัตว์ดิบไว้ชั้นล่างสุดเสมอ เพื่อไม่ให้น้ำจากเนื้อหยดใส่ของที่กินได้เลย
- ของพร้อมทานไว้ชั้นบน แยกจากของดิบให้ชัดเจน
- ไม่ยัดตู้จนแน่น เพราะอากาศเย็นต้องหมุนเวียนได้ ตู้ที่แน่นเกินไปจะเย็นไม่ทั่ว
- ฝาประตูตู้เย็นคือจุดที่อุ่นที่สุด จึงไม่เหมาะกับนมหรือไข่ ควรใช้เก็บเครื่องปรุงแทน
- เอาของเก่าไว้หน้า ของใหม่ไว้หลัง เพื่อให้หยิบของที่ใกล้หมดอายุก่อน
- เขียนวันที่ลงบนกล่องอาหารเหลือ เพราะสองวันกับห้าวันหน้าตาเหมือนกันหมด
สัญญาณที่บอกว่าควรทิ้ง แม้ยังไม่ถึงวันบนฉลาก
- กลิ่นเปลี่ยน โดยเฉพาะกลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นฉุนที่ไม่ควรมี
- เนื้อสัมผัสเป็นเมือกลื่น
- มีราขึ้น แม้เพียงจุดเดียว
- กระป๋องบวม บุบตรงตะเข็บ มีสนิม หรือมีน้ำซึม
- ฝาขวดหรือฝากระปุกโป่งขึ้น หรือมีฟองผิดปกติ
- สีเปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน
เรื่องราขึ้นมีข้อควรรู้เพิ่มเติม คืออาหารเนื้อนุ่มที่ขึ้นราควรทิ้งทั้งชิ้น เช่น ขนมปัง ผลไม้เนื้อนุ่ม แยม โยเกิร์ต เพราะเส้นใยราแทรกลึกกว่าที่ตาเห็น ส่วนอาหารเนื้อแข็งอย่างชีสแข็งหรือแครอท อาจตัดส่วนที่ขึ้นราออกโดยเผื่อรอบข้างไว้มากพอได้ในบางกรณี แต่ถ้าไม่มั่นใจ ทิ้งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าเสมอ

ของที่มักทิ้งทั้งที่ยังกินได้
อาหารกลุ่มนี้มักระบุเป็น “ควรบริโภคก่อน” และถ้าเก็บถูกวิธี บรรจุภัณฑ์ยังปิดสนิท ไม่มีร่องรอยผิดปกติ มักยังบริโภคได้หลังเลยวันไปพอสมควร
- ข้าวสาร เส้นแห้ง ถั่วแห้ง
- น้ำตาล เกลือ น้ำผึ้ง
- อาหารกระป๋องที่กระป๋องยังสมบูรณ์
- ขนมปังกรอบ บิสกิต ในซองที่ยังไม่เปิด
- เครื่องเทศแห้ง ซึ่งจะจืดลงแต่ไม่เป็นอันตราย
ส่วนกลุ่มที่ไม่ควรเสี่ยงเมื่อเลยวันแล้วคือ อาหารพร้อมทาน เนื้อสัตว์แปรรูป นมและผลิตภัณฑ์จากนม อาหารสำหรับทารก และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยา
สรุป
ถ้าจำได้แค่สามข้อ ให้จำว่า “ควรบริโภคก่อน” คือเรื่องคุณภาพ “หมดอายุ” คือเรื่องความปลอดภัย วันบนฉลากใช้ได้ต่อเมื่อเก็บถูกวิธีเท่านั้น และเมื่อเปิดซองแล้วให้เริ่มนับใหม่ตามคำแนะนำหลังเปิด แค่นี้ก็ลดทั้งของที่ต้องทิ้งโดยไม่จำเป็น และลดความเสี่ยงจากของที่ไม่ควรกินไปพร้อมกัน
อ่านต่อ: โซเดียมแฝงในอาหารไทยที่กินทุกวัน
⚕️ บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนการกินอย่างมีนัยสำคัญ
