กลไกการเกิด · สิ่งที่เคยเกิดในอดีต · สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือ
คำถามที่ตอบยากที่สุดเวลาพูดเรื่องโลกร้อนคือ “แล้วมันกระทบใครก่อน” เพราะอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเป็นตัวเลขเดียว แต่ความเสียหายไม่ได้กระจายเท่ากันเลย บางภูมิภาคเจอหนักซ้ำ ๆ ทุกปี ขณะที่บางแห่งแทบไม่รู้สึก
ตอนแรกของซีรีส์นี้จึงเริ่มจากการวางแผนที่ก่อน ว่าถ้าดูจากรูปแบบที่เกิดซ้ำหลายสิบปี จุดไหนของโลกและจุดไหนของไทยรับแรงมากที่สุด แล้วตอนต่อ ๆ ไปค่อยลงลึกทีละปรากฏการณ์
ความเสี่ยงไม่ได้แปลว่าฝนตกหนักที่สุด
จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าที่ไหนภัยแรงที่สุด ที่นั่นเสียหายหนักที่สุด จริง ๆ แล้วความเสียหายเกิดจากสามอย่างคูณกัน
- ภัยที่มาถึง — ฝน พายุ ความร้อน หรือความแล้ง รุนแรงแค่ไหน
- สิ่งที่อยู่ตรงนั้น — มีคน บ้าน โรงงาน หรือนาข้าวอยู่มากแค่ไหน
- ความสามารถในการรับมือ — มีระบบเตือนภัย เขื่อน ท่อระบายน้ำ และเงินฟื้นฟูหรือเปล่า
สามอย่างนี้อธิบายว่าทำไมพายุลูกเดียวกันถึงทำให้ประเทศหนึ่งเสียชีวิตหลักพัน แต่อีกประเทศเสียหายแค่ทรัพย์สิน และทำไมพื้นที่ราบลุ่มที่คนอยู่หนาแน่นถึงโผล่ในอันดับต้น ๆ เสมอ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
- เอเชียใต้ — บังกลาเทศ ปากีสถาน อินเดีย
- ฟิลิปปินส์ — ทางผ่านไต้ฝุ่นประจำปี
- เอเชียอาคเนย์ — ไทย เมียนมา เวียดนาม
- แอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ — โมซัมบิก มาลาวี
- จะงอยแอฟริกา — โซมาเลีย เอธิโอเปีย
- แคริบเบียน — เฮติ โดมินิกา
- เมดิเตอร์เรเนียน — คลื่นความร้อนและไฟป่า
- หมู่เกาะแปซิฟิก — ฟิจิ ตูวาลู คิริบาส
- อาร์กติก — อุ่นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกหลายเท่า
1เชียงราย–แม่สายฝุ่นควันข้ามแดน
2เชียงใหม่ฝุ่นควัน + น้ำป่าไหลหลาก
3น่านน้ำท่วมซ้ำซาก ดินถล่ม
4ขอนแก่นแล้งสลับท่วม
5อุบลราชธานีจุดบรรจบแม่น้ำชี–มูล
6นครราชสีมาแล้งซ้ำ อ่างเก็บน้ำต่ำ
7อยุธยา–ปทุมธานีที่ราบน้ำท่วมเจ้าพระยา
8กรุงเทพฯ–สมุทรปราการน้ำทะเลหนุน + แผ่นดินทรุด
9นครศรีธรรมราชน้ำท่วมฉับพลัน พ.ย.–ธ.ค.
10ภูเก็ต–พังงากัดเซาะชายฝั่ง คลื่นลมแรง
- เชียงราย–แม่สาย — ฝุ่นควันข้ามแดน
- เชียงใหม่ — ฝุ่นควัน + น้ำป่าไหลหลาก
- น่าน — น้ำท่วมซ้ำซาก ดินถล่ม
- ขอนแก่น — แล้งสลับท่วม
- อุบลราชธานี — จุดบรรจบแม่น้ำชี–มูล
- นครราชสีมา — แล้งซ้ำ อ่างเก็บน้ำต่ำ
- อยุธยา–ปทุมธานี — ที่ราบน้ำท่วมเจ้าพระยา
- กรุงเทพฯ–สมุทรปราการ — น้ำทะเลหนุน + แผ่นดินทรุด
- นครศรีธรรมราช — น้ำท่วมฉับพลัน พ.ย.–ธ.ค.
- ภูเก็ต–พังงา — กัดเซาะชายฝั่ง คลื่นลมแรง
ภาพรวมโลก — ห้าโซนที่โดนซ้ำที่สุด
ถ้าไล่จากแผนที่ด้านบน จะเห็นรูปแบบชัดเจนว่าความเสี่ยงกระจุกอยู่ในไม่กี่ลักษณะพื้นที่
- ที่ราบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในเอเชียใต้และอาคเนย์ — บังกลาเทศ อินเดีย เมียนมา เวียดนาม และไทย พื้นที่ต่ำ ดินตะกอน คนหนาแน่น และเป็นแหล่งปลูกข้าวของโลก
- หมู่เกาะทางผ่านพายุ — ฟิลิปปินส์รับพายุหมุนเขตร้อนหลายลูกทุกปีจนเป็นเรื่องปกติของปฏิทินชีวิต
- เขตกึ่งแห้งแล้งของแอฟริกา — จะงอยแอฟริกาเจอฝนขาดต่อเนื่องหลายฤดู ส่วนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้เจอไซโคลน
- เกาะเล็กในมหาสมุทร — ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นไม่กี่สิบเซนติเมตรมีความหมายต่างจากบนแผ่นดินใหญ่มาก เพราะน้ำเค็มซึมเข้าแหล่งน้ำจืดก่อนที่แผ่นดินจะจม
- ขั้วโลกและเมดิเตอร์เรเนียน — สองพื้นที่ที่อุ่นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก อาร์กติกกระทบระบบอากาศทั้งซีกโลกเหนือ ส่วนเมดิเตอร์เรเนียนกลายเป็นแหล่งคลื่นความร้อนและไฟป่าประจำฤดูร้อน
ประเทศไทย — ห้าโจทย์ที่ไม่เหมือนกันเลย
ไทยไม่ได้มีปัญหาเดียว แต่มีคนละปัญหาในแต่ละภาค การเตรียมตัวจึงต้องดูว่าตัวเองอยู่โจทย์ไหน
- ภาคเหนือ — ฝุ่นควันจากการเผาในฤดูแล้ง สลับกับน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในฤดูฝน ภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาทำให้ทั้งควันและน้ำถูกกักไว้
- อีสาน — แล้งกับท่วมในปีเดียวกันได้ เพราะดินอุ้มน้ำได้น้อยและฝนตกกระจุกเป็นช่วง จุดบรรจบของแม่น้ำชีกับมูลเป็นคอขวดธรรมชาติ
- ภาคกลาง — ที่ราบน้ำท่วมถึงของเจ้าพระยา น้ำจากเหนือไหลผ่านช้าและค้างนาน
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล — โจทย์ซ้อนกันสองชั้น คือน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น พร้อมกับแผ่นดินที่ทรุดตัวลง สองอย่างนี้เดินเข้าหากันแม้ไม่มีฝนสักหยด
- ภาคใต้ — ฝั่งอ่าวไทยเจอฝนหนักช่วงปลายปีที่ทำให้น้ำท่วมฉับพลัน ส่วนฝั่งอันดามันเจอการกัดเซาะชายฝั่ง
อนาคตที่พอคาดเดาได้
สิ่งที่งานวิจัยด้านภูมิอากาศเห็นตรงกันคือ โลกที่อุ่นขึ้นไม่ได้ทำให้ทุกอย่างแรงขึ้นเท่ากัน แต่ทำให้ เหตุการณ์สุดขั้วเกิดถี่ขึ้นและแรงขึ้น ในขณะที่วันธรรมดายังดูปกติ
แปลเป็นภาษาคนคือ ปีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะยังมีอยู่ แต่ปีที่เกิดจะหนักกว่าที่เคยจำได้ การวางแผนโดยยึด “เท่าที่เคยเจอมา” จึงเริ่มใช้ไม่ได้ และนี่คือเหตุผลที่ต้องเข้าใจกลไกของแต่ละปรากฏการณ์ ไม่ใช่แค่จำสถิติเก่า
สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้
- รู้ว่าบ้านตัวเองอยู่โจทย์ไหน — น้ำท่วม แล้ง ควัน หรือน้ำทะเลหนุน วิธีเตรียมตัวคนละแบบกันหมด
- รู้ระดับน้ำอ้างอิงของพื้นที่ — เคยท่วมสูงสุดเท่าไร ปลั๊กไฟและของสำคัญควรอยู่เหนือระดับนั้น
- ติดตามช่องทางเตือนภัยทางการ — กรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. ไม่ใช่ข่าวส่งต่อในกลุ่มแชท
- เตรียมของจำเป็น 72 ชั่วโมง — น้ำ ยา ไฟฉาย แบตสำรอง และสำเนาเอกสารสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
ไทยเสี่ยงกว่าประเทศอื่นจริงไหม
ไทยอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงจากภัยที่เกี่ยวกับสภาพอากาศ เพราะรวมสามอย่างไว้ด้วยกัน คือ อยู่ในเขตมรสุม มีที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงที่คนอยู่หนาแน่น และมีภาคเกษตรใหญ่ที่อ่อนไหวต่อฝน แต่ “เสี่ยงสูง” ไม่เท่ากับ “แก้ไม่ได้” — ส่วนที่ลดได้มากที่สุดคือความสามารถในการรับมือ
แผนที่นี้อ่านอย่างไร
วงกลมใหญ่หมายถึงพื้นที่ที่เจอผลกระทบซ้ำและรุนแรงกว่า ไม่ใช่การจัดอันดับความเสียหายรายปี และสีบอกชนิดภัยเด่นของพื้นที่นั้น ไม่ได้แปลว่าที่นั่นมีภัยชนิดเดียว
ทำไมกรุงเทพฯ ถึงถูกจัดเป็นน้ำทะเลหนุน ไม่ใช่น้ำท่วม
เพราะน้ำท่วมจากฝนแก้ได้ด้วยระบบระบายน้ำ แต่แผ่นดินทรุดกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเป็นแนวโน้มระยะยาว ที่เดินหน้าต่อเนื่องแม้ในปีที่ฝนน้อย เรื่องนี้จะลงรายละเอียดในตอนที่ 9
ตอนต่อไป: เอลนีโญ–ลานีญา เกิดขึ้นได้อย่างไร — กลไก ประวัติศาสตร์ และสิ่งที่รออยู่
แหล่งอ้างอิง
- NOAA Climate Prediction Center — นิยามและการจัดระดับเอลนีโญ–ลานีญาด้วยดัชนี ONI
- IPCC Sixth Assessment Report (AR6) — แนวโน้มฝนสุดขั้วและคลื่นความร้อนในอนาคต
- กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย — ข้อมูลและคำเตือนสำหรับประเทศไทย
บทความนี้อธิบายกลไกและรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่การพยากรณ์อากาศรายวัน — ก่อนตัดสินใจเรื่องความปลอดภัย ให้ยึดประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. เป็นหลัก