🔥 กระทรวงการคลังไทยประกาศจับมือลักเซมเบิร์กยกระดับตลาดทุนไทย มุ่งเน้นการเงินยั่งยืนและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อดึงดูดนักลงทุนระดับโลกให้หันมามองประเทศไทยมากขึ้นในฐานะศูนย์กลางทางการเงินแห่งใหม่ของภูมิภาค
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญภายใต้การนำของ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของลักเซมเบิร์ก โดยมีเป้าหมายหลักคือการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญและวางโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งลักเซมเบิร์กถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
สิ่งที่เกิดขึ้น:
• คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นตัวแทนฝ่ายไทยลงนาม MoU อย่างเป็นทางการ
• ความร่วมมือครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเงินยั่งยืน (Sustainable Finance), FinTech และสินทรัพย์ดิจิทัล
• ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกฎระเบียบและนโยบายตลาดทุนเพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติ
• การยกระดับครั้งนี้ตั้งเป้าให้ไทยเข้าใกล้มาตรฐานตลาดการเงินระดับโลกมากยิ่งขึ้น
🇹🇭 มุมมองไทย:
คนไทยจะได้อะไร? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในกระดาษ แต่หมายถึงการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างชาติได้ง่ายขึ้นผ่านกลไกที่โปร่งใสและได้รับการยอมรับระดับสากล เมื่อตลาดทุนไทยมีมาตรฐานเดียวกับยุโรป นักลงทุนสถาบันรายใหญ่จากต่างประเทศจะมีความมั่นใจมากขึ้นในการเข้ามาทำธุรกรรมในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม การมีแพลตฟอร์มการเงินที่เชื่อมต่อกับลักเซมเบิร์กยังช่วยให้สตาร์ทอัพสาย FinTech ของไทยมีโอกาสก้าวไปไกลถึงตลาดโลกได้รวดเร็วขึ้น ถือเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่กำลังเป็นกระแสหลักในปัจจุบัน
"ความร่วมมือนี้จะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญ ที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฮับทางการเงินที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระดับภูมิภาค"
ขั้นตอนต่อไปคือการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการในรายละเอียด ทั้งการปรับแก้กฎหมายบางส่วนและมาตรการจูงใจทางภาษีเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมภายในปีหน้า
แหล่งข่าว: ไทยรัฐ — ข่าวทั่วไป