🔥 ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีและผู้สมัครชิงตำแหน่ง ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับบรรยากาศการเมืองด้วยการหยิบยกประเด็นเรื่องศาสนาและทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมาเป็นอาวุธในการหาเสียงครั้งล่าสุด
ในการปราศรัยสองครั้งสุดท้าย ทรัมป์ได้เปิดฉากโจมตีนักการเมืองชาวมุสลิมอย่าง อับดุล เอล-ซาเยด (Abdul El-Sayed) และ อิลฮาน โอมาร์ (Ilhan Omar) อย่างดุเดือด ซึ่งการกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการจงใจสร้างความแตกแยกและปลุกกระแสความเกลียดชังทางศาสนา (Islamophobia) เพื่อดึงฐานเสียงของเขาให้แน่นแฟ้นขึ้นก่อนวันหย่อนบัตร
สิ่งที่เกิดขึ้น:
• โดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยโจมตีนักการเมืองชาวมุสลิมอย่างดุเดือด
• ใช้ประเด็นทางศาสนาและทฤษฎีสมคบคิดเป็นกลยุทธ์หาเสียงโค้งสุดท้าย
• สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับนโยบายที่สร้างความแตกแยก
• การปราศรัยเกิดขึ้นในการหาเสียงสองครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจริง
🇹🇭 มุมมองไทย:
สถานการณ์เลือกตั้งสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อคนไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในแง่ของ "นโยบายระหว่างประเทศ" และ "ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ" หากทรัมป์กลับมาพร้อมกับนโยบายที่เน้นชาตินิยมและแบ่งแยกศาสนาเช่นนี้ สิ่งที่ไทยต้องจับตาคือความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ นโยบายภาษีการค้าระหว่างประเทศ และท่าทีต่อภูมิภาคอาเซียน ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกและห่วงโซ่อุปทานที่ไทยต้องเร่งปรับตัวรองรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของผู้นำสหรัฐฯ ในอนาคต
"นี่คือการหาเสียงที่อันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ"
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายโลกไปอีกอย่างน้อย 4 ปี และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับสากลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แหล่งข่าว: Al Jazeera