🔥 แรงกดดันจากภาคประชาชนเริ่มส่งผล! ชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์กว่า 300 คนจาก 26 รัฐทั่วสหรัฐฯ เดินหน้าเข้าพบคณะรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะการคัดค้านที่โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามของบประมาณสนับสนุนอิสราเอลถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์
การพบปะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเมืองภายในของสหรัฐฯ และผู้มีสิทธิเลือกตั้งเริ่มออกมาใช้เสียงเพื่อกดดันให้รัฐบาลคำนึงถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนมากกว่าการทุ่มงบประมาณไปกับสงคราม
สิ่งที่เกิดขึ้น:
• ชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์กว่า 300 คนเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569
• คัดค้านงบประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์ต้องการสนับสนุนอิสราเอล
• มีการเข้าพบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกจาก 26 รัฐ
• กลุ่มผู้เรียกร้องย้ำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มองเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน
🇹🇭 มุมมองไทย:
เสียงจากประชาชนสหรัฐฯ เริ่มเปลี่ยนทิศทาง รัฐบาลไทยที่ต้องทำธุรกิจหรือเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ ควรจับตาการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ดี เพราะหากรัฐบาลทรัมป์ถูกกดดันจากคนในประเทศมากขึ้น นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ อาจมีความผันผวนหรืออาจเกิดความล่าช้าในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ การปรับตัวของนโยบายสหรัฐฯ จะกระทบต่อท่าทีในระดับอาเซียนด้วยเช่นกัน หากสหรัฐฯ เปลี่ยนมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก ไทยต้องพร้อมรับมือกับมาตรฐานใหม่ที่อาจถูกหยิบยกมาอ้างอิง
"เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเมตตา แต่มาเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและนโยบายที่สะท้อนถึงค่านิยมของเราจริงๆ"
จากนี้ต้องจับตาดูว่าฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ จะมีการปรับลดหรือทบทวนงบประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์นี้ตามแรงกดดันหรือไม่
แหล่งข่าว: Al Jazeera — All