ภูชี้ฟ้าคือที่เที่ยวที่ ความสำเร็จวัดกันที่เช้าเดียว ขับรถไปไกล นอนหนาว ตื่นกลางดึก ทั้งหมดเพื่อลุ้นว่าเช้านั้นหมอกจะมาหรือไม่มา และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้คนกลับไปซ้ำ
เดือนไหนโอกาสเจอหมอกสูงสุด
ทะเลหมอกเกิดจากความชื้นในหุบเขากับอากาศเย็นที่กดตัวลงมา ช่วงที่เงื่อนไขนี้ครบที่สุดคือ พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะหลังมีฝนตกลงมาก่อนหน้าไม่กี่วันแล้วอากาศเย็นลงชัดเจน
นอกฤดูนี้ก็ขึ้นไปได้และวิวทิวเขายังสวย แต่โอกาสเจอหมอกเต็มหุบจะน้อยลงมาก ควรตั้งความคาดหวังไว้ตั้งแต่แรกว่าหมอกเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่มีใครการันตีได้
ตารางเวลาของเช้าวันนั้น
ที่พักส่วนใหญ่อยู่บริเวณตีนดอย จากลานจอดรถต้อง เดินขึ้นอีกราว 700 เมตรถึง 1 กิโลเมตร ทางค่อนข้างชันช่วงท้าย คนทั่วไปใช้เวลาราว 20–40 นาที
ถ้าอยากทันพระอาทิตย์ขึ้น ควร เริ่มเดินราวตี 5 และเผื่อเวลาหาที่ยืนเพราะช่วงไฮซีซันคนเยอะจนจุดชมวิวแน่น ควรมีไฟฉายหรือไฟคาดหัวเพราะตอนขึ้นยังมืดสนิท
อุณหภูมิบนยอดตอนเช้ามืดต่ำกว่าที่หลายคนคาด ลมแรงด้วย เสื้อกันหนาวหนา ๆ หมวก และถุงมือช่วยได้มาก
แถวนั้นมีอะไรอีก
ห่างจากภูชี้ฟ้าไปตามสันเขาคือ ดอยผาตั้ง ซึ่งเป็นจุดชมวิวและทะเลหมอกอีกแห่ง เดินขึ้นเบากว่าและมีช่องหินให้ถ่ายรูป หลายคนจัดทริปโดยดูภูชี้ฟ้าตอนเช้าแล้วต่อดอยผาตั้งตอนสาย
ช่วงต้นปีบริเวณนี้ยังมีดอกซากุระเมืองไทยหรือนางพญาเสือโคร่งบานตามเส้นทาง ซึ่งเป็นของแถมที่เจอได้เฉพาะบางสัปดาห์เท่านั้น
ข้อควรรู้ก่อนวางแผน
ที่พักบริเวณภูชี้ฟ้าส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ตเล็กและโฮมสเตย์ จำนวนห้องจำกัด ช่วงหน้าหนาวและวันหยุดยาวเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าเป็นเดือน
เส้นทางขับรถขึ้นเป็นถนนภูเขาคดเคี้ยว ควรเดินทางถึงก่อนมืดเพื่อความปลอดภัย และเช็กสภาพรถโดยเฉพาะเบรกก่อนออกเดินทาง