ฝูงนกบินเป็นรูปตัว V ข้ามท้องฟ้าดูสวยงามจนเหมือนมีคนจัดแถวให้ แต่ไม่มีใครสั่ง นกแต่ละตัวกำลังทำสิ่งเดียวกัน คือหาตำแหน่งที่อากาศช่วยยกปีกให้มากที่สุด เพื่อประหยัดแรงสำหรับการบินเป็นพันกิโลเมตร
อากาศช่วยยกปีกได้อย่างไร
เมื่อนกกระพือปีก อากาศใต้ปีกมีแรงดันสูงกว่าด้านบน ที่ปลายปีกอากาศจากด้านล่างจึงม้วนขึ้นไปด้านบน เกิดเป็นกระแสลมหมุนวนที่ปลายปีก
- ด้านหลังตรงกลางลำตัวของนกตัวหน้า อากาศจะพัดลง ใครบินตามตรงนี้จะเหนื่อยขึ้น
- ด้านข้างเลยปลายปีกออกไป อากาศจะพัดขึ้น ใครบินตรงนี้จะได้แรงยกช่วย
นกตัวที่สองจึงบินเยื้องไปด้านข้างและถอยหลังเล็กน้อย ตัวที่สามก็ทำแบบเดียวกันกับตัวที่สอง เมื่อทำต่อกันทั้งฝูง รูปร่างที่ได้คือแนวเฉียงสองข้าง หรือตัว V นั่นเอง
หลักฐานจากนกกระทุง: หัวใจเต้นช้าลง
ทฤษฎีนี้มีมานาน แต่การพิสูจน์กับนกจริงทำได้ยาก จนในปี 2544 ทีมของ อองรี ไวแมร์สเคิร์ช ตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร Nature โดยติดเครื่องบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจไว้กับนกกระทุงขาว
อัตราการเต้นของหัวใจเป็นตัวบ่งชี้การใช้พลังงาน ผลที่พบคือนกที่บินตามในรูปขบวนมีอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่าตอนบินเดี่ยวได้ถึงราว 14.5% และกระพือปีกถี่น้อยกว่า นกจึงประหยัดพลังงานได้ด้วยการร่อนมากขึ้นและกระพือปีกน้อยลง
หลักฐานจากนกไอบิส: จังหวะปีกแม่นยำอย่างน่าทึ่ง
ในปี 2557 ทีมของ สตีเวน พอร์ทูกัล ตีพิมพ์งานวิจัยใน Nature ศึกษานกไอบิสหัวล้านเหนือ ซึ่งเป็นนกใกล้สูญพันธุ์ที่นักอนุรักษ์ในยุโรปฝึกให้อพยพตามเครื่องบินเล็ก นักวิจัยติดอุปกรณ์ GPS ความละเอียดสูงบนตัวนก และพบสองเรื่องสำคัญ
- นกเลือกตำแหน่งตรงกับที่ทฤษฎีอากาศพลศาสตร์คาดไว้ คือเยื้องไปด้านข้างในจุดที่ได้แรงยกมากที่สุด
- นกขยับปีกตามจังหวะของตัวหน้า ให้ปลายปีกเคลื่อนผ่านเส้นทางเดียวกับกระแสลมยกตลอดรอบการกระพือ แต่ถ้าบินตามหลังตรง ๆ นกจะกระพือปีกในจังหวะตรงข้ามเพื่อหลบลมที่พัดลง
สิ่งที่น่าทึ่งคือนกทำทั้งหมดนี้ได้โดยไม่มีใครสอน และต้องปรับตามลมที่เปลี่ยนตลอดเวลา
ใครบินนำ และทำไมต้องผลัดกัน
นกตัวหัวแถวไม่ได้แรงยกจากใคร จึงเหนื่อยที่สุด ความเชื่อว่ามี “จ่าฝูง” นำตลอดทางไม่ตรงกับหลักฐาน งานวิจัยนกไอบิสชุดเดียวกันที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ปี 2558 พบว่า นกผลัดกันขึ้นนำ และแต่ละตัวใช้เวลาอยู่หัวแถวใกล้เคียงกับเวลาที่ได้บินตามคู่ของมัน นักวิจัยตีความว่าเป็นความร่วมมือแบบผลัดกันให้ประโยชน์
นกชนิดไหนบินเป็นรูปตัว V
| กลุ่มนก | รูปขบวนที่พบบ่อย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ห่าน | ตัว V | ภาพจำที่คุ้นเคยที่สุด |
| นกกระทุง | ตัว V หรือแถวเฉียง | มีหลักฐานการประหยัดพลังงานจากอัตราการเต้นหัวใจ |
| นกไอบิส | ตัว V | มีหลักฐานเรื่องจังหวะปีกและการผลัดกันนำ |
| นกกระเรียน เป็ดน้ำ นกกาน้ำ | ตัว V หรือแถวเฉียง | มักพบระหว่างเดินทางไกล |
| นกขนาดเล็ก เช่น นกกระจอก | ฝูงกระจาย | ปีกเล็กและกระพือเร็ว ได้ประโยชน์จากขบวนน้อยกว่า |
มนุษย์ลอกเลียนแบบได้ไหม
ได้ และกำลังทดลองกันอยู่ ผู้ผลิตเครื่องบินอย่างแอร์บัสทดสอบให้เครื่องบินโดยสารบินตามกันในระยะห่างที่ปลอดภัย เพื่อใช้กระแสลมยกจากเครื่องลำหน้า ผลการทดสอบบ่งชี้ว่าประหยัดเชื้อเพลิงของเครื่องลำหลังได้หลายเปอร์เซ็นต์ นักปั่นจักรยานในกลุ่มก็ใช้หลักการใกล้เคียงกัน เพียงแต่เป็นการหลบลมต้าน ไม่ใช่การรับลมยกแบบนก
Fun Facts
- รูปตัว V ช่วยให้นกทุกตัวมองเห็นตัวหน้าได้ชัด นักวิจัยบางกลุ่มเชื่อว่าช่วยเรื่องการสื่อสารและไม่ให้หลงฝูงด้วย
- ฝูงนกไม่ได้บินเป็นรูป V ตลอด เวลาขึ้นบินหรือลงจอดขบวนจะกระจาย
- นกหนุ่มสาวที่เพิ่งอพยพครั้งแรกเรียนรู้เส้นทางจากการบินไปกับฝูง
คำถามที่พบบ่อย
ในไทยจะเห็นนกบินเป็นรูปตัว V ได้ที่ไหน?
ช่วงฤดูหนาวที่นกน้ำอพยพเข้ามา พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ เช่น บึงบอระเพ็ด หรือทะเลน้อย เป็นแหล่งดูนกน้ำที่นิยม มักเห็นฝูงนกบินเป็นแถวเฉียงหรือรูปตัว V ในช่วงเช้าและเย็น
นกรู้ได้อย่างไรว่าต้องอยู่ตรงไหน?
นักวิจัยเชื่อว่านกรับรู้แรงลมที่ปะทะปีกและปรับตำแหน่งจนรู้สึกว่าบินได้ง่ายที่สุด ไม่ได้คำนวณแบบที่มนุษย์ทำ
ถ้าตัวหัวแถวเหนื่อยจะเกิดอะไรขึ้น?
มันจะถอยไปอยู่ในแถว แล้วมีตัวอื่นขึ้นมานำแทน ตามหลักฐานจากงานวิจัยนกไอบิส
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง
- Weimerskirch, H. et al. (2001). Energy saving in flight formation. Nature 413
- Portugal, S. J. et al. (2014). Upwash exploitation and downwash avoidance by flap phasing in ibis formation flight. Nature 505, 399–402
- Voelkl, B. et al. (2015). Matching times of leading and following suggest cooperation through direct reciprocity during V-formation flight in ibis. PNAS
- Smithsonian Magazine — Scientists Solve Mystery of Birds' Flying V