สัตว์ป่าไทย · Series A ตอนที่ 4
← ตอนที่ 1: สัตว์ป่าสงวนไทย · พะยูน

ปลายปี 2566 ต่อเนื่องถึงปี 2567 ทะเลตรังเกิดเรื่องที่ไม่มีใครเตรียมใจไว้ — หญ้าทะเลผืนใหญ่ที่สุดของประเทศเริ่มเน่าและตายเป็นวงกว้าง พะยูนที่เคยกินอยู่ตรงนั้นมาทั้งชีวิตต้องอพยพ แล้วทยอยเกยตื้นตายด้วยสภาพผอมผิดปกติ จนตัวเลขพะยูนตรังที่เคยเป็นความภูมิใจของจังหวัดลดลงเหลือหลักสามสิบ

แต่ข่าวที่หลายคนยังไม่ได้ยินคือ ช่วงต้นปี 2569 การบินสำรวจรอบใหม่กลับพบพะยูนในทะเลตรังอีกครั้งราว 72 ตัว พร้อมคู่แม่ลูก และหญ้าทะเลที่เริ่มกลับมา บทความนี้จึงไม่ใช่เรื่องเศร้าอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสัตว์ที่กำลังถูกทดสอบว่าจะรอดหรือไม่ และสิ่งที่เกิดขึ้นในสองสามปีข้างหน้าจะเป็นตัวตัดสิน

พะยูนไม่ใช่ปลา ไม่ใช่โลมา — และญาติที่ใกล้ที่สุดอยู่บนบก

พะยูน (Dugong dugon) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับ Sirenia ซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลเพียงกลุ่มเดียวในโลกที่กินพืชเป็นอาหารหลัก ไม่ใช่ปลา ไม่ใช่โลมา และไม่ได้เป็นญาติกับวาฬด้วย

สิ่งที่คนมักแปลกใจคือ จากหลักฐานทางวิวัฒนาการ ญาติที่ใกล้ชิดกับพะยูนมากที่สุดกลุ่มหนึ่งคือช้าง ทั้งสองสืบสายมาจากบรรพบุรุษร่วมกันที่อยู่บนบก ก่อนที่สายพะยูนจะย้ายลงน้ำอย่างถาวร ร่องรอยที่ยังเหลือให้เห็นคือฟันหน้าของพะยูนตัวผู้ที่งอกยาวออกมาคล้ายงาเล็ก ๆ

พะยูนโตเต็มวัยยาวได้ราวสามเมตร หนักหลายร้อยกิโลกรัม หายใจด้วยปอด จึงต้องขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำเป็นระยะ ออกลูกครั้งละตัว และใช้เวลาหลายปีกว่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์ จุดนี้สำคัญมาก เพราะมันแปลว่าประชากรพะยูนที่หายไปไม่ได้กลับมาในหนึ่งหรือสองฤดู แต่ต้องใช้เวลาเป็นสิบปี

พะยูนกำลังใช้ปากดุนลงไปในพื้นทะเลเพื่อกินหญ้าทะเล มีฝุ่นทรายฟุ้งขึ้นและปลาตามหากินอยู่ข้าง ๆ
พะยูนกินอาหารด้วยการดุนปากลงไปในพื้นทราย ดึงหญ้าทะเลขึ้นมาทั้งต้นรวมถึงส่วนราก จึงเกิดร่องรอยการกินเป็นทางยาวและฝุ่นตะกอนฟุ้ง — สังเกตว่าหญ้าทะเลรอบตัวค่อนข้างบางและขึ้นเป็นหย่อม · ภาพ: Julien Willem · CC BY-SA 3.0 · via Wikimedia Commons

ทำไมชะตาของพะยูนผูกกับหญ้าทะเลแบบแยกกันไม่ออก

สัตว์ทะเลส่วนใหญ่ถ้าอาหารอย่างหนึ่งหมดก็เปลี่ยนไปกินอย่างอื่นได้ แต่พะยูนทำแบบนั้นไม่ได้ มันกินหญ้าทะเลเกือบอย่างเดียว และกินในปริมาณมากทุกวันเพราะหญ้าทะเลให้พลังงานต่ำ รายงานหลายฉบับระบุว่าพะยูนตัวเต็มวัยกินได้วันละหลายสิบกิโลกรัม

วิธีกินของมันยังทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้นอีก พะยูนไม่ได้เล็มแค่ใบ แต่ดุนปากลงไปในพื้นทรายแล้วดึงหญ้าขึ้นมาทั้งต้นรวมถึงราก ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่า ผลคือแหล่งหญ้าทะเลต้องสมบูรณ์พอจะงอกทดแทนทัน ถ้าหญ้าอ่อนแออยู่แล้ว การกินแบบนี้ยิ่งทำให้ฟื้นยาก

พูดให้ตรงที่สุดคือ ไม่มีหญ้าทะเล ก็ไม่มีพะยูน และนั่นทำให้การอนุรักษ์พะยูนไม่ใช่เรื่องของการ "ห้ามล่า" อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการดูแลพื้นที่ชายฝั่งทั้งระบบ

Advertisement

เกิดอะไรขึ้นกับหญ้าทะเลอันดามัน

ความเสื่อมโทรมของหญ้าทะเลฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะตรังและกระบี่ ถูกตรวจพบชัดในช่วงปี 2566–2567 หน่วยงานและนักวิชาการที่เข้าไปสำรวจเสนอหลายปัจจัยที่น่าจะทำงานร่วมกัน ไม่ใช่สาเหตุเดียว

  • อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติ ในช่วงปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้หญ้าทะเลเครียดและตายง่ายขึ้น
  • ระดับน้ำลงต่ำผิดปกติเป็นเวลานาน ทำให้หญ้าทะเลโดนแดดเผาโดยตรงในช่วงน้ำลง
  • ตะกอนทับถมและการเปลี่ยนแปลงของพื้นทะเล ซึ่งลดแสงที่ส่องถึงใบหญ้า
  • คุณภาพน้ำชายฝั่ง จากกิจกรรมบนบกและการพัฒนาพื้นที่

ขอให้อ่านรายการข้างบนอย่างระวัง — จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปเดียวที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าปัจจัยไหนหนักสุด สิ่งที่ยืนยันตรงกันคือผลลัพธ์ คือหญ้าทะเลผืนใหญ่หายไปจริง และพะยูนได้รับผลกระทบทันที

ตัวเลขพะยูนไทย — และเหตุผลที่ต้องอ่านอย่างระวัง

ถ้าค้นข่าวพะยูนย้อนหลังสองสามปี จะเจอตัวเลขที่ดูขัดกันเองจนงง บางข่าวบอก 170 บางข่าวบอก 129 บางข่าวบอก 144 บางข่าวบอก 36 เหตุผลไม่ใช่ว่าใครผิด แต่เป็นเพราะแต่ละตัวเลขนับคนละพื้นที่ คนละช่วงเวลา และคนละวิธี

ช่วงเวลาสิ่งที่รายงานขอบเขต
มี.ค. 2565พบพะยูนราว 170 ตัว และคู่แม่ลูกราว 20 คู่บินสำรวจอ่าวไทย + อันดามัน
2565–2567ประมาณการประชากรรวม 240–280 ตัวทั้งประเทศ (ประมาณการ)
ช่วงวิกฤตหญ้าทะเลพะยูนตรังลดเหลือราว 36 ตัวเฉพาะทะเลตรัง
ส.ค. 2568สำรวจพบราว 129 ตัว (ฝั่งอันดามันราว 114)การสำรวจรอบนั้น
ก.พ.–เม.ย. 2569พบพะยูนตรังราว 72 ตัว มีคู่แม่ลูกอย่างน้อย 2 คู่โดรน + อากาศยานเล็ก เฉพาะตรัง

สิ่งที่ตัวเลขทั้งหมดบอกตรงกันคือแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับก่อนวิกฤต หลายรายงานประเมินว่าประชากรลดลงเกินครึ่ง เหลือราวหลักร้อยต้น ๆ ดังนั้นเวลาจะอ้างตัวเลขพะยูน ควรระบุเสมอว่าเป็นตัวเลขของพื้นที่ไหนและปีไหน ไม่อย่างนั้นจะเถียงกันคนละเรื่อง

พะยูนตายจากอะไร

ในปี 2568 มีรายงานพะยูนเสียชีวิตสะสมทั้งปีราว 25 ตัว และยังพบการตายต่อเนื่องในปี 2569 การประมวลสาเหตุชี้ไปสองกลุ่มใหญ่

  • ขาดแคลนอาหารจากหญ้าทะเลเสื่อมโทรม — ประมาณ 60% ของการตาย ซากที่พบมักผอมผิดปกติ
  • ภัยจากมนุษย์ — ประมาณ 40% ได้แก่ ติดเครื่องมือประมง ถูกใบพัดเรือ และการคุกคามรูปแบบอื่น

สัดส่วนนี้มีความหมายมาก เพราะมันบอกว่าถ้าแก้แค่เรื่องเรือกับอวน ก็ยังแก้ปัญหาได้ไม่ถึงครึ่ง ต้นตอที่ใหญ่กว่าคือแหล่งอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาระบบนิเวศและสภาพภูมิอากาศที่แก้ยากกว่ามาก

แปลงอาหารเสริม — มาตรการที่ซื้อเวลา ไม่ใช่ทางออก

ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2567 หน่วยงานด้านทรัพยากรทางทะเลเริ่มทดลองวางแปลงอาหารเสริมให้พะยูน ที่บริเวณหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต และเกาะลิบง จังหวัดตรัง แนวคิดคือพยุงพะยูนที่กำลังอดให้ผ่านช่วงที่หญ้าทะเลยังไม่ฟื้น

มาตรการแบบนี้มีข้อจำกัดที่ต้องพูดให้ชัด — มันช่วยเฉพาะหน้าได้ แต่ไม่ได้แก้สาเหตุ และมีคำถามที่ยังต้องติดตาม เช่น พะยูนจะเปลี่ยนพฤติกรรมไปรวมกลุ่มรอจุดวางอาหารจนเสี่ยงต่อเรือหรือไม่ และจะทำต่อเนื่องได้นานแค่ไหน สิ่งที่ตัดสินอนาคตพะยูนจริง ๆ ยังคงเป็นว่าหญ้าทะเลจะกลับมาได้เองหรือไม่

Advertisement

สัญญาณฟื้นปี 2569 — ข่าวดีที่ยังต้องระวัง

การสำรวจด้วยโดรนและอากาศยานขนาดเล็กช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 พบพะยูนในทะเลตรังราว 72 ตัว กระจายเป็นกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มละ 3–7 ตัว ในพื้นที่หญ้าทะเลกว้างกว่าสองหมื่นไร่ พร้อมรายงานว่าพบคู่แม่ลูกอย่างน้อย 2 คู่ และไม่พบการเกยตื้นในช่วงดังกล่าว

สองอย่างหลังนี้คือตัวชี้วัดที่ดีกว่าจำนวนตัว เพราะคู่แม่ลูกแปลว่ามีการสืบพันธุ์เกิดขึ้นจริง ส่วนการไม่มีเกยตื้นแปลว่าพะยูนในพื้นที่นั้นกินอิ่มพอ อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 72 ตัวนี้เป็นของทะเลตรังเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งประเทศ และหนึ่งฤดูกาลที่ดียังไม่พอจะสรุปว่าวิกฤตจบแล้ว

สิ่งที่คนทั่วไปทำได้จริง

เรื่องนี้ฟังดูใหญ่เกินกำลังคนคนเดียว แต่มีบางอย่างที่คนทั่วไปมีผลจริง

  • เที่ยวทะเลตรัง–ลิบง–กระบี่แบบไม่รบกวน อย่าขับเรือเข้าใกล้ อย่าไล่ตามเพื่อถ่ายรูป และเลือกผู้ประกอบการที่ทำตามแนวปฏิบัติ
  • อย่าเหยียบย่ำแหล่งหญ้าทะเลตอนน้ำลง เพราะหลายจุดคือพื้นที่ที่กำลังฟื้น
  • แจ้งเหตุเมื่อพบพะยูนเกยตื้นหรือซาก ข้อมูลเหล่านี้คือฐานของสถิติที่ใช้ตัดสินใจเชิงนโยบาย
  • ลดขยะและของเสียที่ลงสู่ทะเล ซึ่งเชื่อมกับคุณภาพน้ำชายฝั่งโดยตรง
  • แชร์ข้อมูลที่ระบุปีและพื้นที่ แทนการแชร์ตัวเลขลอย ๆ ที่ทำให้คนเข้าใจสถานการณ์ผิด

17 สิงหาคม — วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ

ไทยกำหนดให้วันที่ 17 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ วันนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่คนไทยจำนวนมากยังจำได้ คือการสูญเสียลูกพะยูนที่ถูกดูแลและติดตามจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ทะเลไทย

ความหมายของวันนี้ไม่ได้อยู่ที่การรำลึก แต่อยู่ที่คำถามที่มันบังคับให้เราถามซ้ำทุกปีว่า ปีนี้หญ้าทะเลดีขึ้นหรือแย่ลง และเราทำอะไรไปแล้วบ้าง

สรุป

พะยูนเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวน 21 ชนิดของไทย และเป็นชนิดที่สถานการณ์เปลี่ยนเร็วที่สุดในรอบไม่กี่ปี จากประชากรที่เคยประเมินได้ระดับ 240–280 ตัว ลดลงเกินครึ่งหลังวิกฤตหญ้าทะเล แล้วเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นในทะเลตรังช่วงต้นปี 2569

บทเรียนที่ชัดที่สุดจากเรื่องนี้คือ การปกป้องสัตว์หนึ่งชนิดทำไม่ได้ถ้าไม่ปกป้องบ้านของมัน กฎหมายห้ามล่าพะยูนมีมานานแล้ว แต่สิ่งที่เกือบพรากพะยูนไปไม่ใช่นักล่า — เป็นหญ้าทะเลที่ตายไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่มีใครทันสังเกต