← ตอนที่ 6 สัญญาณและการอนุรักษ์ · กลับไปตอนที่ 1
รวมตัวเลขผีเสื้อทั้งไทยและทั่วโลกไว้ที่เดียว — ที่ไหนลด ที่ไหนเพิ่ม ใครเป็นคนเก็บข้อมูล เริ่มตั้งแต่เมื่อไร และมีที่ไหนบ้างที่แก้ได้จริงจนผีเสื้อกลับมา
ภาพรวม — ตัวเลขหลักของโลก
| พื้นที่ | ตัวเลข | ช่วงเวลา | ใครเก็บข้อมูล |
|---|---|---|---|
| สหรัฐอเมริกา | ลดลง 22% (ราว 1.3% ต่อปี) | 2543–2563 | 35 โครงการติดตาม รวมบันทึก 12.6 ล้านตัว |
| สหภาพยุโรป (ผีเสื้อทุ่งหญ้า 17 ชนิด) | ลดลง 47% | 2534–2567 | ดัชนี Grassland Butterfly Index ครบทั้ง 27 ประเทศ |
| สหราชอาณาจักร — ชนิดเฉพาะถิ่น | ลดลง 39% | 2519–2567 | UKBMS (อาสาสมัคร + 4 หน่วยงาน) |
| สหราชอาณาจักร — รวมทุกชนิด | ลดลง 18% | 2519–2567 | UKBMS |
| ประเทศไทย | ยังไม่มีตัวเลข | — | มีการสำรวจรายพื้นที่ แต่ยังไม่มีดัชนีระดับประเทศ |
แถวสุดท้ายคือประเด็นที่บทความนี้อยากชี้ให้เห็นมากที่สุด และจะขยายในหัวข้อเรื่องไทย
สหรัฐฯ — งานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำ
งานวิจัยในวารสาร Science เดือนมีนาคม 2568 นำโดย Collin Edwards รวบรวมข้อมูลจาก 35 โครงการติดตาม การสำรวจกว่า 76,000 ครั้ง และบันทึกผีเสื้อ 12.6 ล้านตัว ครอบคลุมผีเสื้อ 554 ชนิด
อัตราส่วนชนิดที่ ลดลง : เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 13 : 1 — ไม่ใช่การสลับที่กันของชนิด แต่คือการหายไปทั้งระบบ
ผีเสื้อจักรพรรดิ — ชุดข้อมูลรายปีที่ยาวที่สุดของโลก
ผีเสื้อจักรพรรดิเป็นชนิดที่มีข้อมูลรายปีดีที่สุด เพราะวิธีนับไม่ได้นับตัว แต่ วัดพื้นที่ป่าที่ผีเสื้อเกาะกลุ่มจำศีล ซึ่งวัดซ้ำได้ทุกปี
WWF ร่วมกับหน่วยงานพื้นที่คุ้มครองของเม็กซิโก (CONANP) ติดตามมาตั้งแต่ปี 2547 ส่วนข้อมูลปี 2536–2546 มาจากเขตสงวนชีวมณฑลผีเสื้อจักรพรรดิ
เส้นที่ต้องถึง: นักวิจัยประเมินว่าต้องมีพื้นที่จำศีลอย่างน้อย 6 เฮกตาร์ ประชากรจึงจะถือว่ามั่นคง — ฤดูล่าสุดเพิ่มขึ้น 64% แต่ยังอยู่ที่ไม่ถึงครึ่งของเส้นนั้น
วิธีอ่านกราฟนี้ที่ถูกต้องคือ อย่าดูปีต่อปี ให้ดูระดับ ตัวเลขผีเสื้อแกว่งตามสภาพอากาศแต่ละปีอยู่แล้ว การเพิ่มขึ้น 64% ในฤดูล่าสุดจึงเป็นข่าวดีจริง แต่ระดับ 2.93 เฮกตาร์ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสิบปีที่ผ่านมาไม่มาก และห่างจาก 18 เฮกตาร์ในยุค 2530 อยู่หลายเท่า
อีกฝั่งของอเมริกา — ตัวเลขที่น่าตกใจกว่า
ผีเสื้อจักรพรรดิมีสองประชากรที่แยกกัน ฝั่งตะวันออกไปจำศีลที่เม็กซิโก ส่วน ฝั่งตะวันตกไปจำศีลตามชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย และนับกันตรง ๆ เป็นจำนวนตัวในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า โดยองค์กร Xerces Society ตั้งแต่ปี 2540
ฤดู 2567–68 นับได้ 9,119 ตัว ต่ำเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เริ่มนับ จากที่เพิ่งฟื้นมาสามปีติด นักวิจัยชี้ว่าอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์และภัยแล้งในฤดูผสมพันธุ์เป็นสาเหตุหลัก
กราฟนี้แสดงสิ่งที่กราฟเม็กซิโกไม่แสดง คือ ประชากรที่เหลือน้อยแล้วจะแกว่งรุนแรงมาก ปีเดียวลดจาก 233,394 เหลือ 9,119 ได้ ซึ่งเป็นลักษณะของประชากรที่เข้าใกล้จุดวิกฤต
สหราชอาณาจักร — ข้อมูลยาว 49 ปี
อังกฤษมีสองระบบที่ทำงานคู่กัน และเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของการติดตามผีเสื้อระดับประเทศ
| โครงการ | เริ่มปี | วิธี | ใช้ตอบอะไร |
|---|---|---|---|
| UKBMS UK Butterfly Monitoring Scheme | 2519 | อาสาสมัครเดินเส้นทางประจำ นับซ้ำที่เดิมทุกสัปดาห์ในฤดูกาล | แนวโน้มระยะยาวที่เทียบข้ามปีได้แม่นยำ |
| Big Butterfly Count | 2553 | ใครก็ได้ นับผีเสื้อ 15 นาทีในที่ที่ตัวเองอยู่ | ภาพรวมกว้างและการดึงคนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วม |
ความต่างสำคัญคือ UKBMS ควบคุมวิธีนับอย่างเข้มงวดจึงใช้เทียบข้ามปีได้ ส่วน Big Butterfly Count ตัวเลขแกว่งตามจำนวนคนร่วมและอากาศ จึงใช้ดูภาพรวมมากกว่าใช้สรุปแนวโน้ม
ปี 2567 ต่ำสุดในรอบ 14 ปีจนต้องประกาศ ภาวะฉุกเฉินผีเสื้อ ส่วนปี 2568 ฟื้นขึ้น 16% แต่องค์กรระบุว่ายังอยู่ในระดับ "ธรรมดา" เท่านั้น ทั้งที่เป็นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเท่าที่อังกฤษเคยบันทึก
ส่วนตัวเลขจาก UKBMS ที่ควบคุมวิธีนับ ให้ภาพระยะยาวที่ตรงกว่า
- ผีเสื้อ ทุกชนิดรวมกันลดลง 18% ตั้งแต่ปี 2519
- ผีเสื้อ กลุ่มที่ต้องการถิ่นอาศัยเฉพาะลดลง 39% ในช่วงเดียวกัน
- ปี 2567 อยู่ อันดับที่ 45 จาก 49 ปี ที่มีข้อมูล
- เป็น ครั้งแรกที่ผีเสื้อเกินครึ่ง คือ 31 จาก 59 ชนิด อยู่ในภาวะลดลงระยะยาว
ข้อที่สองสำคัญกว่าข้อแรกมาก เพราะการที่ตัวเลขรวมลดแค่ 18% แต่กลุ่มเฉพาะถิ่นลดถึง 39% แปลว่า ผีเสื้อที่ปรับตัวง่ายยังพอไปได้ ส่วนที่ต้องการถิ่นอาศัยเฉพาะกำลังหายไปเร็วกว่ามาก ค่าเฉลี่ยรวมจึงซ่อนปัญหาไว้
ยุโรป — ดัชนีผีเสื้อทุ่งหญ้า
สหภาพยุโรปใช้ Grassland Butterfly Index ซึ่งติดตามผีเสื้อทุ่งหญ้า 17 ชนิดจากข้อมูลครบทั้ง 27 ประเทศ เป็นตัวชี้วัดสภาพระบบนิเวศทุ่งหญ้าอย่างเป็นทางการ
ผลล่าสุดคือ ลดลง 47% ระหว่างปี 2534–2567 สาเหตุหลักที่ระบุคือการทำเกษตรแบบเข้มข้นและการเปลี่ยนการใช้ที่ดิน ทั้งการสูญเสียถิ่นอาศัย การถูกซอยเป็นหย่อม และการเสื่อมโทรมของพื้นที่
มีข้อสังเกตหนึ่งที่ควรพูดถึงคือ รายงานระบุว่า อัตราการลดลงชะลอตัวลงในช่วง 5–10 ปีหลัง ซึ่งอ่านได้สองแบบ แบบหนึ่งคือมาตรการเริ่มได้ผล อีกแบบคือสิ่งที่ไวต่อการรบกวนได้หายไปหมดแล้ว เหลือแต่ชนิดที่ทนได้ ทั้งสองคำอธิบายยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
ประเทศไทย — มีอะไรบ้าง และขาดอะไร
คำตอบตรง ๆ คือไทย มีการสำรวจ แต่ยังไม่มีการติดตาม ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
| การสำรวจ (ไทยมี) | การติดตาม (ไทยยังไม่มีระดับประเทศ) | |
|---|---|---|
| ตอบคำถามว่า | ที่นี่มีผีเสื้อชนิดอะไรบ้าง | ผีเสื้อชนิดนี้เพิ่มหรือลดกี่เปอร์เซ็นต์ |
| วิธี | เดินสำรวจ บันทึกชนิดที่พบ | เดินเส้นทางเดิม นับซ้ำด้วยวิธีเดิม ทุกปี |
| ผลลัพธ์ | บัญชีรายชื่อชนิด | กราฟแนวโน้มที่เทียบข้ามปีได้ |
สิ่งที่ไทยมีจริงและน่าสนใจ
- ปางสีดา จ.สระแก้ว — สมาคมรักษ์ปางสีดาร่วมกับนักดูผีเสื้อสำรวจต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน พบผีเสื้อกลางวันมากกว่า 500 ชนิด ซึ่งเป็นความพยายามโดยภาคประชาชนที่ยาวนานที่สุดชุดหนึ่งของไทย
- เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา — จัดโดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับจังหวัดสระแก้วและสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ครั้งที่ 21 ในปีงบประมาณ 2569 โดยมีเป้าหมายกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบผืนป่ามรดกโลก
- แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี — จัดฤดูกาลดูผีเสื้อประจำทุกปี พบกว่า 250 ชนิด
- ระดับประเทศ — ประเมินว่ามีผีเสื้อ ไม่น้อยกว่า 1,300 ชนิด ใน 5 วงศ์ และมี 16 ชนิด ในสถานะหายากตามบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง
ตัวเลข 500 ชนิดที่ปางสีดาน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเท่ากับ ราวหนึ่งในสามของผีเสื้อทั้งประเทศอยู่ในอุทยานแห่งเดียว และเป็นผลจากการสำรวจต่อเนื่อง 20 กว่าปีโดยคนที่ไม่ได้เป็นนักวิจัยอาชีพทั้งหมด
ช่องว่างที่เหลือ
สิ่งที่ยังไม่มีคือ การนับซ้ำด้วยวิธีเดียวกันที่จุดเดิมทุกปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวที่ทำให้สร้างกราฟแนวโน้มได้
ผลคือแม้ไทยจะรู้ว่าที่ไหนมีผีเสื้ออะไรบ้าง แต่ยังตอบไม่ได้ว่า ผีเสื้อไทยลดลงกี่เปอร์เซ็นต์ในยี่สิบปีที่ผ่านมา ต่างจากที่อังกฤษตอบได้ว่า 18% และสหรัฐฯ ตอบได้ว่า 22%
ข้อดีคือฐานที่ปางสีดามีอยู่แล้ว ทั้งเครือข่ายคน ความรู้เรื่องชนิด และเส้นทางที่คุ้นเคย สิ่งที่ต้องเพิ่มคือการกำหนดวิธีนับให้เป็นมาตรฐานและบันทึกจำนวน ไม่ใช่แค่บันทึกว่าพบชนิดใด
ที่ไหนแก้ได้จริง — กรณีที่ผีเสื้อกลับมา
ข่าวเรื่องผีเสื้อมักเป็นข่าวร้าย แต่มีกรณีที่พิสูจน์แล้วว่าถ้าเข้าใจสาเหตุถูก ผีเสื้อกลับมาได้จริง
Large Blue — สูญพันธุ์จากอังกฤษแล้วกลับมา
ผีเสื้อ Large Blue สูญพันธุ์ไปจากอังกฤษในปี 2522 ทั้งที่มีความพยายามอนุรักษ์มาก่อนหน้านั้นหลายสิบปี
สาเหตุที่ความพยายามเดิมล้มเหลวคือเข้าใจผิดว่าปัญหาคือการจับไปสะสม งานวิจัยที่ตามมาพบว่าตัวหนอนของมัน ต้องอาศัยมดเจ้าบ้านเพียงชนิดเดียว และมดชนิดนั้นอยู่ได้เฉพาะในทุ่งหญ้าที่ถูกแทะเล็มจนสั้นในระดับหนึ่งเท่านั้น
เมื่อการเลี้ยงสัตว์ในทุ่งลดลง หญ้าสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย มดชนิดนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยมดชนิดใกล้เคียงที่หน้าตาเหมือนกันแต่เลี้ยงหนอนไม่ได้ ผีเสื้อจึงหายไปโดยที่ทุ่งหญ้ายังดูเหมือนเดิมทุกอย่าง
หลังเข้าใจกลไกนี้ มีการนำผีเสื้อจากต่างประเทศกลับมาปล่อยในปี 2526 พร้อมจัดการการเล็มหญ้าให้ถูกต้อง ผลคือในปี 2565 ผีเสื้อชนิดนี้บินในจำนวนสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึก และพื้นที่ที่ฟื้นฟูใหม่รองรับประชากรได้ถึงราวหนึ่งในสามของทั้งประเทศ เพิ่มจากเพียง 7% ในปี 2562
สัญญาณบวกอื่นในรอบล่าสุด
- ผีเสื้อจักรพรรดิเม็กซิโก ฤดู 2568–69 เพิ่มขึ้น 64% จากฤดูก่อน มาอยู่ที่ 2.93 เฮกตาร์
- อังกฤษ ปี 2568 ค่าเฉลี่ยฟื้นขึ้น 16% จากปีที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน
- ยุโรป อัตราการลดลงชะลอตัวลงในช่วง 5–10 ปีหลัง
ข้อควรระวังคือทั้งสามข้อเป็นการฟื้นตัวระยะสั้นที่ยังต่ำกว่าค่าอ้างอิงระยะยาวมาก การอ่านว่า "ปัญหาคลี่คลายแล้ว" จึงเร็วเกินไป
สรุป
ตัวเลขจากทุกภูมิภาคที่มีข้อมูลชี้ไปทางเดียวกัน คือผีเสื้อลดลงในระดับหลายสิบเปอร์เซ็นต์ในช่วงสองถึงห้าทศวรรษ และกลุ่มที่ต้องการถิ่นอาศัยเฉพาะลดเร็วกว่ากลุ่มที่ปรับตัวง่าย
สิ่งที่ทำให้เรารู้เรื่องนี้ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ คนธรรมดาที่นับซ้ำที่เดิมด้วยวิธีเดิมทุกปีติดต่อกันหลายสิบปี อังกฤษเริ่มปี 2519 สหรัฐฯ รวบรวมได้ 35 โครงการ ส่วนไทยมีฐานที่ปางสีดาซึ่งสำรวจมาตั้งแต่ปี 2545 แล้ว
ช่องว่างของไทยจึงไม่ใช่การขาดคนหรือขาดพื้นที่ แต่คือ การเปลี่ยนจากการบันทึกว่า "พบชนิดอะไร" ไปเป็นการบันทึกว่า "พบกี่ตัว ที่จุดไหน วันไหน" ซึ่งเป็นความต่างที่ทำให้อีกยี่สิบปีข้างหน้าเราจะมีกราฟของตัวเองให้ดู
คำถามที่พบบ่อย
ผีเสื้อไทยลดลงกี่เปอร์เซ็นต์
ยังตอบไม่ได้ เพราะไทยมีการสำรวจชนิดแต่ยังไม่มีการนับซ้ำด้วยวิธีมาตรฐานที่จุดเดิมทุกปีในระดับประเทศ จึงไม่มีชุดข้อมูลที่เทียบข้ามปีได้ ต่างจากอังกฤษที่ตอบได้ว่า 18% หรือสหรัฐฯ ที่ตอบได้ว่า 22%
มีข้อมูลผีเสื้อรายเดือนไหม
ข้อมูลรายเดือนมีในระดับโครงการ เช่น UKBMS ที่อาสาสมัครเดินนับทุกสัปดาห์ตลอดฤดูกาล แต่ตัวเลขที่เผยแพร่ต่อสาธารณะมักสรุปเป็นรายปี เพราะจำนวนผีเสื้อในแต่ละเดือนขึ้นกับวงจรชีวิตของแต่ละชนิดและสภาพอากาศ การเทียบเดือนต่อเดือนข้ามปีจึงตีความยากกว่าการเทียบรายปี
ทำไมผีเสื้อจักรพรรดิถึงวัดเป็นเฮกตาร์ ไม่ใช่จำนวนตัว
เพราะจำนวนตัวจริงนับไม่ได้ในทางปฏิบัติ ผีเสื้อเกาะกันแน่นเป็นพวงบนต้นไม้ วิธีที่ทำซ้ำได้และเทียบข้ามปีได้คือวัดพื้นที่ป่าที่ถูกเกาะจนเต็ม โดยประเมินกันว่า 1 เฮกตาร์มีผีเสื้อราว 21 ล้านตัว
คนธรรมดาจะช่วยเก็บข้อมูลได้อย่างไร
ถ่ายรูปผีเสื้อที่เจอแล้วบันทึกลงแพลตฟอร์มวิทยาศาสตร์พลเมืองพร้อมวันเวลาและพิกัด สิ่งที่ทำให้ข้อมูลมีค่าคือความสม่ำเสมอ คือกลับไปที่เดิมและบันทึกซ้ำ ไม่ใช่การบันทึกครั้งเดียวหลายที่ ข้อมูลแบบหลังบอกได้แค่ว่ามีอะไร ส่วนแบบแรกบอกได้ว่าเพิ่มหรือลด
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นล่าสุดแปลว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือยัง
ยังสรุปไม่ได้ ผีเสื้อจักรพรรดิเม็กซิโกเพิ่ม 64% แต่ยังไม่ถึงครึ่งของ 6 เฮกตาร์ที่ถือว่ามั่นคง ส่วนอังกฤษฟื้น 16% แต่องค์กรระบุเองว่ายังอยู่ระดับธรรมดาทั้งที่เป็นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเท่าที่บันทึกมา การดูระดับจึงสำคัญกว่าการดูเปอร์เซ็นต์เปลี่ยนแปลงปีต่อปี
แหล่งอ้างอิง
- Edwards C และคณะ (2568) Rapid butterfly declines across the United States during the 21st century — Science
- WWF — Monarch Butterfly Survey Report และ Monarch Butterfly Fund — ผลฤดู 2568–69
- Xerces Society — Western Monarch Count ฤดู 2567–68
- JNCC — UK butterfly abundance statistics (UKBMS 2519–2567)
- Butterfly Conservation — Big Butterfly Count 2568 และ การประกาศภาวะฉุกเฉินผีเสื้อ 2567
- EU Grassland Butterfly Indicator — รายงานทางเทคนิค
- Thomas JA และคณะ — งานวิจัยกลไกการสูญพันธุ์และการฟื้นฟูผีเสื้อ Large Blue ตีพิมพ์ใน Science
- ข้อมูลปางสีดา — สมาคมรักษ์ปางสีดาและเครือข่ายนักดูผีเสื้อ (สำรวจตั้งแต่ปี 2545) และเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
- สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย — ผีเสื้อ จิ๊กซอว์สำคัญต่อระบบนิเวศ
ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เผยแพร่ โครงการติดตามส่วนใหญ่ประกาศผลปีละครั้ง จึงควรตรวจสอบตัวเลขล่าสุดจากแหล่งต้นทางก่อนนำไปอ้างอิงต่อ
อ่านต่อ: ตอนที่ 6 — สัญญาณและการอนุรักษ์ · กลับไปตอนที่ 1 · หมวดสัตว์โลก


