← ตอนที่ 4 สีที่ไม่ใช่สี · ตอนถัดไป: สัญญาณและการอนุรักษ์ →
ภาพผีเสื้อหลายร้อยตัวเกาะกลุ่มกันบนพื้นดินริมลำธารที่แก่งกระจาน เป็นภาพที่คนถ่ายกันทุกปี — แต่สิ่งที่มันกำลังทำอยู่ไม่ใช่การกินน้ำ และรู้ไว้จะเปลี่ยนวิธีที่เราเข้าไปดูมัน
ทำไมไทยถึงมีผีเสื้อเยอะขนาดนี้
ประเทศไทยยังไม่มีตัวเลขชนิดผีเสื้อที่แน่นอน แต่การประเมินที่ใช้กันคือ ไม่น้อยกว่า 1,300 ชนิด แบ่งเป็น 5 วงศ์ ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ประเทศ
เหตุผลอยู่ที่ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ไทยตั้งอยู่บนรอยต่อของเขตชีวภูมิศาสตร์หลายเขต ผลคือในประเทศเดียวมีผีเสื้อจากสามกลุ่มใหญ่มาซ้อนทับกัน
- กลุ่มหิมาลัย — กระจายลงมาตามเทือกเขาทางภาคเหนือ พบในที่สูงอย่างดอยอินทนนท์และดอยเชียงดาว
- กลุ่มอินโดจีน — ครอบคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสาน
- กลุ่มคาบสมุทรมลายู — ขึ้นมาจากภาคใต้ มีชนิดที่ไม่พบทางเหนือเลย
ความหลากหลายนี้มาพร้อมข้อเสียอย่างหนึ่ง คือหลายชนิดมีประชากรเป็น หย่อมเล็ก ๆ ที่ขอบเขตการกระจายพันธุ์ ซึ่งเปราะบางกว่าประชากรใจกลางถิ่นมาก และเป็นประเด็นที่จะพูดถึงในตอนที่ 6
การดูดโป่ง — สิ่งที่ผีเสื้อทำจริงตอนลงพื้น
พฤติกรรมที่คนเห็นบ่อยที่สุดเวลาไปดูผีเสื้อคือการเกาะกลุ่มกันบนพื้นดินชื้น ริมลำธาร บนมูลสัตว์ หรือแม้แต่บนซากสัตว์ เรียกว่า การดูดโป่ง
สิ่งที่มันดูดไม่ใช่น้ำ แต่คือ เกลือแร่ โดยเฉพาะโซเดียมและกรดอะมิโน ที่ละลายอยู่ในความชื้นนั้น ซึ่งเป็นสารที่หาไม่ได้จากน้ำหวานดอกไม้
รายละเอียดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจกว่าที่คิดคือ ส่วนใหญ่ที่มาลงโป่งเป็นตัวผู้
เหตุผลคือโซเดียมที่ตัวผู้สะสมไว้จะถูก ส่งต่อให้ตัวเมียพร้อมกับน้ำเชื้อในระหว่างผสมพันธุ์ แล้วตัวเมียนำแร่ธาตุนั้นไปใช้ในการสร้างไข่
พูดอีกอย่างคือ ภาพผีเสื้อสวย ๆ ที่นักท่องเที่ยวถ่ายกันนั้น แท้จริงคือฉากหนึ่งของการลงทุนเพื่อสืบพันธุ์ ซึ่งเปลี่ยนวิธีที่เราควรปฏิบัติต่อมันไปเลย
ที่ดูผีเสื้อที่ขึ้นชื่อของไทย
| สถานที่ | จุดเด่น | ช่วงที่เหมาะ |
|---|---|---|
| อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี | จัดฤดูกาลดูผีเสื้อประจำทุกปี พบกว่า 250 ชนิด โดยเฉพาะตามโป่งบริเวณบ้านกร่าง | ฤดูร้อน |
| อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว | ขึ้นชื่อเรื่องฝูงผีเสื้อจำนวนมากในผืนป่าตะวันออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลก | ฤดูร้อน |
| ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ | มีผีเสื้อกลุ่มภูเขาสูงที่ไม่พบในที่ราบ ต่างจากสองที่แรกโดยสิ้นเชิง | ปลายฝนถึงต้นหนาว |
ข้อควรทราบคือแต่ละอุทยานมีช่วงเทศกาลและกฎระเบียบต่างกัน และบางปีอาจปรับเปลี่ยนตามสภาพพื้นที่ ควรตรวจสอบกับอุทยานฯ โดยตรงก่อนเดินทางเสมอ
ช่วงเวลาและสภาพอากาศที่ใช่
ผีเสื้อไม่ได้ออกมาเท่ากันทุกวัน เงื่อนไขที่ทำให้เห็นฝูงใหญ่มีอยู่ไม่กี่ข้อ
- หลังฝนตกใหม่ ๆ แล้วแดดออก — เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุด เพราะพื้นดินยังชื้นพอให้ดูดโป่ง และแดดทำให้ผีเสื้ออุ่นพอที่จะบิน
- ช่วงสาย ราว 9–11 นาฬิกา — เช้าเกินไปผีเสื้อยังไม่อุ่นพอ บ่ายจัดร้อนเกินไปมันจะไปหลบ
- ฤดูร้อน — สำหรับพื้นที่ราบอย่างแก่งกระจานและปางสีดา
- วันที่ลมสงบ — ลมแรงทำให้ผีเสื้อไม่ลงพื้น
เหตุผลเบื้องหลังข้อที่สองคือเรื่องอุณหภูมิร่างกาย ผีเสื้อเป็นสัตว์เลือดเย็นที่ต้องผึ่งแดดให้ร่างกายอุ่นถึงระดับหนึ่งก่อนจึงจะบินได้ ถ้าไปถึงเช้าเกินไปจะเจอผีเสื้อเกาะนิ่งกางปีกรับแดด ซึ่งก็เป็นภาพที่สวยไปอีกแบบ
มารยาทการดูผีเสื้อ — ข้อที่คนพลาดมากที่สุด
เมื่อรู้แล้วว่าฝูงผีเสื้อที่ลงโป่งกำลังทำอะไร ข้อปฏิบัติก็ตามมาเอง
- ไม่เดินเหยียบโป่ง — พื้นดินชื้นที่ผีเสื้อลงคือแหล่งอาหาร ไม่ใช่แค่พื้นทางเดิน
- ใช้เลนส์ซูมแทนการเข้าใกล้ — ได้ภาพดีกว่าและรบกวนน้อยกว่า
- ไม่จับ ไม่จับปีก ไม่วางบนมือ — เกล็ดปีกหลุดง่ายและกระทบการบิน การควบคุมอุณหภูมิ และการกันน้ำ (อ่านรายละเอียดใน ตอนที่ 4)
- ไม่ใช้สารดึงดูด — การเอาของหวานหรือของหมักไปวางล่อให้ผีเสื้อมารวมกันเพื่อถ่ายรูป เป็นการรบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติ
- ไม่เก็บ ไม่จับใส่ขวด — ในเขตอุทยานแห่งชาติมีข้อห้ามเก็บสิ่งมีชีวิตทุกชนิดอยู่แล้ว และผีเสื้อหลายชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย
ทำสวนให้ผีเสื้อมาเอง — โดยไม่ต้องไปถึงป่า
ข้อที่คนพลาดมากที่สุดในการทำสวนผีเสื้อคือ ปลูกแต่ไม้ดอก
ไม้ดอกให้น้ำหวานแก่ผีเสื้อตัวเต็มวัย ซึ่งทำให้ผีเสื้อแวะมาจริง แต่ถ้าไม่มีพืชที่หนอนกินได้ ผีเสื้อจะกินน้ำหวานแล้วบินไปวางไข่ที่อื่น สวนนั้นก็ไม่เคยมีผีเสื้อรุ่นใหม่เกิดขึ้นเลย
สิ่งที่ต้องมีคู่กันคือ พืชอาหารหนอน ซึ่งต่างกันไปตามชนิดผีเสื้อ วิธีที่ได้ผลที่สุดคือสังเกตก่อนว่าแถวบ้านมีผีเสื้อชนิดใดชุก แล้วค่อยหาว่าหนอนของชนิดนั้นกินอะไร
หลักสามข้อของสวนที่มีผีเสื้อจริง
- ปลูกสองกลุ่มควบคู่กัน — ไม้ดอกให้น้ำหวาน และพืชอาหารหนอนสำหรับวางไข่
- ยอมให้ใบมีรอยแหว่ง — สวนที่ใบสวยไร้ที่ติคือสวนที่ไม่มีหนอน และสวนที่ไม่มีหนอนคือสวนที่ไม่มีผีเสื้อ ข้อนี้เป็นเรื่องของการเปลี่ยนมาตรฐานความสวยในใจมากกว่าเทคนิค
- เลิกหรือลดยาฆ่าแมลงแบบครอบจักรวาล — ยาที่ฆ่าศัตรูพืชได้ก็ฆ่าหนอนผีเสื้อได้เท่ากัน ไม่มียาชนิดใดแยกแยะให้
เพิ่มอีกข้อที่ช่วยได้มากคือ เว้นมุมรกไว้สักมุม เพราะหญ้าและวัชพืชหลายชนิดคือพืชอาหารหนอนของผีเสื้อที่พบทั่วไป การถางเกลี้ยงทั้งสวนเท่ากับตัดแหล่งวางไข่ทิ้งโดยไม่รู้ตัว
สรุป
ไทยมีผีเสื้อไม่น้อยกว่า 1,300 ชนิดเพราะอยู่บนรอยต่อของหลายเขตชีวภูมิศาสตร์ และมีจุดดูผีเสื้อระดับประเทศอย่างแก่งกระจาน ปางสีดา และดอยอินทนนท์
สิ่งที่ควรจำมากที่สุดจากตอนนี้คือ ฝูงผีเสื้อที่ลงโป่งไม่ได้กำลังพักผ่อน แต่กำลังกินสิ่งที่จำเป็นต่อการมีลูกรุ่นถัดไป การไล่ให้บินขึ้นเพื่อถ่ายรูปจึงไม่ใช่การรบกวนเล็กน้อย แต่กระทบโดยตรงกับการสืบพันธุ์ของฝูงนั้น
คำถามที่พบบ่อย
ไปดูผีเสื้อที่แก่งกระจานช่วงไหนดีที่สุด
ช่วงฤดูร้อนที่อุทยานฯ จัดฤดูกาลดูผีเสื้อ โดยเฉพาะวันที่ฝนเพิ่งตกแล้วแดดออก ช่วงเวลาที่เห็นมากที่สุดคือสายราว 9–11 นาฬิกา ควรตรวจสอบกำหนดการและกฎระเบียบกับอุทยานฯ ก่อนเดินทาง เพราะแต่ละปีอาจปรับเปลี่ยน
ทำไมผีเสื้อถึงมาเกาะมูลสัตว์หรือซากสัตว์
เพราะเป็นแหล่งเกลือแร่และกรดอะมิโนเข้มข้น ซึ่งหาไม่ได้จากน้ำหวานดอกไม้ พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องปกติและจำเป็น ไม่ได้แปลว่าผีเสื้อตัวนั้นผิดปกติแต่อย่างใด
ปลูกอะไรถึงจะมีผีเสื้อมาที่บ้าน
ต้องปลูกสองกลุ่มควบคู่กัน คือไม้ดอกที่ให้น้ำหวานสำหรับตัวเต็มวัย และพืชอาหารหนอนสำหรับวางไข่ ถ้าปลูกแต่ไม้ดอกผีเสื้อจะแวะแล้วไปวางไข่ที่อื่น พืชอาหารหนอนต่างกันตามชนิดผีเสื้อ จึงควรดูก่อนว่าท้องถิ่นเรามีผีเสื้อชนิดใดชุก
จับผีเสื้อในไทยผิดกฎหมายไหม
ผีเสื้อหลายชนิดในไทยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย การจับ ครอบครอง หรือค้าขายมีความผิด และในเขตอุทยานแห่งชาติมีข้อห้ามเก็บสิ่งมีชีวิตทุกชนิดอยู่แล้ว ควรตรวจสอบบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองฉบับปัจจุบันก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย — ผีเสื้อ จิ๊กซอว์สำคัญต่อระบบนิเวศ พร้อมแนะวิธีเที่ยวแบบไม่ทำลาย
- ข้อมูลฤดูกาลดูผีเสื้อและจำนวนชนิดในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน — กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
- พฤติกรรมการดูดโป่ง (mud-puddling) และการส่งต่อโซเดียมผ่านการผสมพันธุ์ — งานวิจัยด้านนิเวศวิทยาผีเสื้อ
อ่านต่อ: ตอนที่ 6 — สัญญาณและการอนุรักษ์ · กลับไปตอนที่ 1 · หมวดสัตว์โลก


