วิธีตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง กทม. 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์
กระแสความเคลื่อนไหวของ การเมืองไทยวันนี้ กำลังมุ่งความสนใจไปที่ศึกครั้งใหญ่ในเมืองหลวง นั่นคือการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญทาง ข่าวการเมืองไทย ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการพัฒนาประเทศและการบริหารจัดการท้องถิ่นในเขต เลือกตั้ง กทม. ครั้งนี้
ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ กว่า 4 ล้านคน จะต้องออกไปทำหน้าที่เลือกผู้บริหารเมืองหลวงคนใหม่ หลังจากอดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระเพื่อเปิดโอกาสให้มีการลงประชามติผ่านการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง บทความนี้ทาง The World Ready ได้รวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน นโยบายของผู้สมัคร และข้อควรรู้ทั้งหมดก่อนที่คุณจะก้าวเท้าออกจากบ้านไปหย่อนบัตรลงคะแนนในวันนี้
คู่มือการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 เดินเข้าคูหาอย่างไรให้ถูกต้อง
เพื่อให้การออกไปใช้สิทธิของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีข้อผิดพลาดทางเทคนิค นี่คือขั้นตอนและข้อมูลพื้นฐานที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจก่อนเดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้ง:
- วันและเวลาลงคะแนน: วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 17:00 น.
- หลักฐานที่ต้องใช้: บัตรประจำตัวประชาชน (แม้จะหมดอายุแล้วก็ยังสามารถใช้แสดงตนได้) หรือบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่น ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต
- ประเภทบัตรเลือกตั้ง: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนทั้งหมด 2 ใบ ได้แก่:
- ใบที่ 1: บัตรสำหรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (เลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน)
- ใบที่ 2: บัตรสำหรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ประจำเขตที่คุณมีทะเบียนบ้านอยู่ (เลือกได้เพียง 1 คน)
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ และไม่ได้แจ้งเหตุจำเป็นอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าหรือหลังวันเลือกตั้งภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด จะต้องเผชิญกับ ผลกระทบ ทางกฎหมายท้องถิ่น นั่นคือการถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองบางประการเป็นเวลา 2 ปี เช่น สิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส., ส.ว., หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมถึงสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
รายชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ทั้งหมด 18 คน และหมายเลขประจำตัว
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการทั้งหมด 18 คน ซึ่งมีทั้งผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และผู้สมัครอิสระ ดังตารางเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้นด้านล่างนี้:
| หมายเลข | ชื่อ-นามสกุล | สังกัด / พรรคการเมือง |
|---|---|---|
| 1 | ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี | อิสระ |
| 2 | นาย สมัย ละเลิศ | อิสระ |
| 3 | นาย พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ | อิสระ |
| 4 | นาย ประทีป วัชรโชคเกษม | อิสระ |
| 5 | นาย อนุชา บูรพชัยศรี | พรรคประชาธิปัตย์ |
| 6 | นาย พิศาล กิตติเยาวมาลย์ | อิสระ |
| 7 | นาย ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ | กลุ่มกรุงเทพบินได้ |
| 8 | นาย วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล | อิสระ |
| 9 | นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ | อิสระ |
| 10 | นาย ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร | พรรคประชาชน |
| 11 | นาย ประยูร ครองยศ | อิสระ |
| 12 | พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช | พรรคพลังประชารัฐ |
| 13 | นาย คมสัน พันธุ์วิชาติกุล | อิสระ |
| 14 | นางสาว มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข | อิสระ |
| 15 | นาย โอฬาร ต้นตระกูล | อิสระ |
| 16 | นางสาว ศรีรัตน์ ช่างเพ็ชร์ | อิสระ |
| 17 | นางสาว ลลนา มงคลหัสดินทร์ | อิสระ |
| 18 | นาย สมชัย เจริญวรเกียรติ | อิสระ |
วิเคราะห์เจาะลึก 6 ตัวเต็งที่มีลุ้นเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่
แม้จะมีผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนมากถึง 18 คน แต่เมื่อพิจารณาจากกระแสสังคม ผลสำรวจจากสำนักโพลต่าง ๆ และความเคลื่อนไหวทาง ข่าวไทย ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถสรุปกลุ่มผู้สมัครตัวเต็งที่มีบทบาทสำคัญได้ดังนี้:
เบอร์ 9 — ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ผู้สมัครอิสระ)
อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 ที่สร้างประวัติศาสตร์ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นกว่า 1.3 ล้านคะแนน ครั้งนี้เขากลับมาลงสมัครอีกครั้งเพื่อสานต่อภารกิจที่ยังคงค้างอยู่ภายใต้แนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน" โดยยังคงชูจุดเด่นเรื่องการทำงานเชิงรุกและการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการเมืองอย่างระบบ Traffy Fondue
- จุดแข็ง: มีฐานคะแนนเสียงเดิมที่หนาแน่น มีความคุ้นเคยกับโครงสร้างระบบข้าราชการ กทม. เป็นอย่างดี และมีผลงานเชิงประจักษ์ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา
- จุดอ่อน: การตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระเพื่อรับเลือกตั้งใหม่ถูกบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นความเหมาะสมและความคุ้มค่าของงบประมาณจัดเลือกตั้ง
เบอร์ 10 — ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน)
ดร.โจ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ถือเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาท้าชิงเก้าอี้ผู้บริหารเมืองหลวง ด้วยประวัติการศึกษาด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชูวิสัยทัศน์ในเรื่อง "กรุงเทพฯ ที่ง่ายกว่าเดิม" ด้วยการปฏิรูประบบราชการของ กทม. ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
- จุดแข็ง: ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชนที่มีฐานเสียงคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนทำงานในกรุงเทพมหานครอย่างหนาแน่น รวมถึงโครงสร้างเครือข่าย สส. และ ส.ก. ที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่
- จุดอ่อน: ขาดประสบการณ์ในการบริหารส่วนท้องถิ่นและการจัดการงบประมาณขนาดใหญ่ของภาครัฐในเชิงนโยบายระดับเมือง
เบอร์ 5 — อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์)
อดีตโฆษกรัฐบาลและอดีต สส. บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีรากฐานทางการเมืองในกรุงเทพมหานครยาวนานหลายทศวรรษ เขานำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นความมั่นคงด้านคุณภาพชีวิต ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง และยกระดับระบบบริการสาธารณสุขในชุมชน
- จุดแข็ง: มีความเชี่ยวชาญด้านงานประสานงานกับ รัฐบาลไทย และหน่วยงานส่วนกลาง มีฐานเสียงดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์คอยสนับสนุน
- จุดอ่อน: ความนิยมของพรรคในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงหลังมีการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องพยายามเข้าถึงกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ให้มากขึ้น
เบอร์ 14 — มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (ผู้สมัครอิสระ)
อดีต สส. บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผันตัวมาทำงานอิสระ เป็นที่รู้จักในฐานะสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์การเมืองที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เธอประกาศตัวเป็นผู้สมัครหญิงแกร่งที่พร้อมเข้ามาเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิด "เปลี่ยนกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยี" ผ่านแผนยุทธศาสตร์ 14 ด้าน
- จุดแข็ง: มีทักษะการสื่อสารที่โดดเด่น เข้าถึงมวลชนได้หลากหลายกลุ่มผ่านช่องทางออนไลน์ นำเสนอนโยบายการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการจราจรด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงส่งเสริมโครงการ Street Food Paradise ผลักดันอาหารสะอาดขายได้ 24 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
- จุดอ่อน: ลงสมัครในนามอิสระทำให้ไม่มีโครงสร้างผู้สมัคร ส.ก. ช่วยเดินหาเสียงสนับสนุนในระดับเขตพื้นที่อย่างเป็นระบบ
เบอร์ 13 — คมสัน พันธุ์วิชาติกุล (ผู้สมัครอิสระ)
นักกฎหมายและนักวิชาการรุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปการบริหารงานของกรุงเทพมหานครตามหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น
เบอร์ 1 — ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (ผู้สมัครอิสระ)
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เสนอตัวเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองหลวงโดยเฉพาะ เน้นนโยบายพลังงานสะอาดและการยกระดับพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นระบบเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน
เปรียบเทียบนโยบายหลักของผู้สมัครรายสำคัญเพื่อกรุงเทพที่ดีขึ้น
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครแต่ละรายพยายามหาแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพมหานครที่แตกต่างกันออกไป ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบข้อเสนอด้านนโยบายหลักในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของคนกรุง:
| ปัญหาหลักของกรุงเทพฯ | แนวทางแก้ไขของผู้สมัครแต่ละกลุ่ม |
|---|---|
| ปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำ |
|
| การจราจรและรถติด |
|
| ฝุ่นละออง PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม |
|
| เศรษฐกิจฐานรากและปากท้อง |
|
ปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพที่ยังรอการแก้ไขและขอบเขตอำนาจผู้ว่าฯ
สิ่งหนึ่งที่ ประชาชน ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำเป็นต้องทำความเข้าใจคือ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้เกิดความคาดหวังที่เกินจริงหรือหลงเชื่อในนโยบายหาเสียงที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริงเนื่องจากติดข้อจำกัดด้านอำนาจทางกฎหมายและการจัดสรรงบประมาณ
สิ่งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ผู้ว่าฯ กทม. โดยตรง:
- การรักษาความสะอาด การจัดการขยะมูลฝอย และการกำจัดสิ่งปฏิกูล
- การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น อัคคีภัย และปัญหาน้ำท่วมขังในถนนสายหลักและสายรองของ กทม.
- การผังเมือง การควบคุมอาคาร และการปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้า ถนน และตรอกซอกซอย
- การจัดการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
- การสาธารณสุขขั้นปฐมภูมิผ่านศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.
สิ่งที่อยู่นอกอำนาจจัดการของ กทม. หรือต้องประสานงานร่วมกับรัฐบาลกลาง:
- ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน: แม้ กทม. จะมีส่วนร่วมในโครงการรถไฟฟ้าบางสาย (เช่น บีทีเอส) แต่โครงสร้างราคารวมและการกำหนดทิศทางนโยบายรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ขึ้นตรงกับกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลกลาง
- ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ข้ามเขต: แหล่งกำเนิดฝุ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ทางการเกษตรในต่างจังหวัดหรือประเทศเพื่อนบ้าน และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่นอกเขตอำนาจปกครองของ กทม. จึงต้องอาศัยกลไกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- งานจราจรและตำรวจ: การบังคับใช้กฎหมายจราจร การตั้งด่าน และการจัดการสัญญานไฟจราจรในภาพรวมเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กทม.
ย้อนดูผลงาน 4 ปีของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (2565-2569) มีอะไรสำเร็จและติดขัด
ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ดำเนินนโยบายภายใต้แผนพัฒนา 9 ด้าน หรือ "9 ดี" โดยจากการสรุปข้อมูลเชิงสถิติพบว่ามีโครงการที่บรรลุเป้าหมายและโครงการที่ยังมีข้อจำกัด ดังต่อไปนี้:
โครงการที่สามารถทำได้สำเร็จเป็นรูปธรรม:
- ระบบ Traffy Fondue: สามารถเปลี่ยนผ่านกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนจากเดิมที่ล่าช้าให้กลายมาเป็นระบบดิจิทัล ส่งผลให้มีเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนได้รับการแก้ไขไปแล้วมากกว่า 500,000 เรื่อง
- การปรับปรุงทางเท้า: มีการซ่อมแซมและปรับปรุงมาตรฐานทางเท้าทั่วกรุงไปแล้วเป็นระยะทางรวมกว่า 1,200 กิโลเมตรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนเดินเท้าและผู้พิการ
- นโยบาย Open Data: เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและแผนงานของกรุงเทพมหานครผ่านทางเว็บไซต์เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้จากภาคประชาชน
ประเด็นที่ยังพบอุปสรรคและยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้น:
- การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมรอการระบาย: แม้จะมีการขุดลอกท่อระบายน้ำขนานใหญ่ แต่ในพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด เช่น โซนรามคำแหง หรือสุขุมวิทตอนปลาย ยังคงพบปัญหาน้ำท่วมขังรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกหนักเกินกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
- การจัดการฝุ่นละอองขนาดเล็ก: ดัชนีคุณภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในช่วงฤดูหนาวยังคงแตะระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามาตรการการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นในเขตเมืองยังต้องได้รับการยกระดับและบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น
วิธีตรวจสอบสิทธิและขั้นตอนก่อนเดินทางไปหน่วยเลือกตั้ง
ก่อนที่คุณจะออกเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ แนะนำให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลสิทธิเลือกตั้งและสถานที่ลงคะแนนล่วงหน้า เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้งของตนเอง โดยสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายดายผ่านขั้นตอนดังนี้:
- เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของสำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย หรือผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ของ กกต.
- กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงในช่องค้นหา
- ระบบจะแสดงข้อมูลรายชื่อ ลำดับที่ในบัญชีรายชื่อ เขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง และสถานที่ตั้งของคูหาลงคะแนนที่ท่านต้องไปใช้สิทธิ
นอกจากนี้ ท่านยังสามารถตรวจสอบรายชื่อจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่ทางสำนักงานเขตส่งตรงมายังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของท่านก่อนหน้านี้ได้เช่นกัน หากพบว่าไม่มีชื่อหรือมีรายชื่อบุคคลอื่นเกินเข้ามาในทะเบียนบ้าน สามารถติดต่อยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ทันทีก่อนเวลาปิดหีบลงคะแนน
บทสรุปของการตัดสินใจเพื่ออนาคตของกรุงเทพฯ
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกผู้บริหารเข้ามาแก้ปัญหาชีวิตประจำวันอย่างเรื่องน้ำท่วม ฝุ่น หรือรถติดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงภาพรวมของความคิดเห็นและพลังของภาคประชาชนที่มีต่อกระแส การเมืองไทยวันนี้ ทั่วประเทศอีกด้วย การออกไปทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการร่วมกำหนดอนาคตของเมืองหลวงและคุณภาพชีวิตของตัวคุณเอง
หลังจากปิดหีบลงคะแนนในเวลา 17:00 น. คุณสามารถติดตามรายงานผลการนับคะแนนสดอย่างไม่เป็นทางการ ผลการวิเคราะห์แนวโน้มผู้ชนะ และประเด็นเด่นรอบวันได้ที่หน้า ข่าวสรุปประเด็นร้อน ของพวกเรา ทีมงาน บทความทั้งหมด ของ The World Ready จะยังคงเกาะติดสถานการณ์สำคัญนี้เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลางที่สุดให้กับคนไทยทุกคน



