วิธีตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง กทม. 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์

กระแสความเคลื่อนไหวของ การเมืองไทยวันนี้ กำลังมุ่งความสนใจไปที่ศึกครั้งใหญ่ในเมืองหลวง นั่นคือการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญทาง ข่าวการเมืองไทย ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการพัฒนาประเทศและการบริหารจัดการท้องถิ่นในเขต เลือกตั้ง กทม. ครั้งนี้

ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ กว่า 4 ล้านคน จะต้องออกไปทำหน้าที่เลือกผู้บริหารเมืองหลวงคนใหม่ หลังจากอดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระเพื่อเปิดโอกาสให้มีการลงประชามติผ่านการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง บทความนี้ทาง The World Ready ได้รวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน นโยบายของผู้สมัคร และข้อควรรู้ทั้งหมดก่อนที่คุณจะก้าวเท้าออกจากบ้านไปหย่อนบัตรลงคะแนนในวันนี้

คู่มือการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 เดินเข้าคูหาอย่างไรให้ถูกต้อง

เพื่อให้การออกไปใช้สิทธิของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีข้อผิดพลาดทางเทคนิค นี่คือขั้นตอนและข้อมูลพื้นฐานที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจก่อนเดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้ง:

  • วันและเวลาลงคะแนน: วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 17:00 น.
  • หลักฐานที่ต้องใช้: บัตรประจำตัวประชาชน (แม้จะหมดอายุแล้วก็ยังสามารถใช้แสดงตนได้) หรือบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่น ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต
  • ประเภทบัตรเลือกตั้ง: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนทั้งหมด 2 ใบ ได้แก่:
    • ใบที่ 1: บัตรสำหรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (เลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน)
    • ใบที่ 2: บัตรสำหรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ประจำเขตที่คุณมีทะเบียนบ้านอยู่ (เลือกได้เพียง 1 คน)

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ และไม่ได้แจ้งเหตุจำเป็นอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าหรือหลังวันเลือกตั้งภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด จะต้องเผชิญกับ ผลกระทบ ทางกฎหมายท้องถิ่น นั่นคือการถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองบางประการเป็นเวลา 2 ปี เช่น สิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส., ส.ว., หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมถึงสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

รายชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ทั้งหมด 18 คน และหมายเลขประจำตัว

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการทั้งหมด 18 คน ซึ่งมีทั้งผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และผู้สมัครอิสระ ดังตารางเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้นด้านล่างนี้:

หมายเลข ชื่อ-นามสกุล สังกัด / พรรคการเมือง
1 ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อิสระ
2 นาย สมัย ละเลิศ อิสระ
3 นาย พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ อิสระ
4 นาย ประทีป วัชรโชคเกษม อิสระ
5 นาย อนุชา บูรพชัยศรี พรรคประชาธิปัตย์
6 นาย พิศาล กิตติเยาวมาลย์ อิสระ
7 นาย ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กลุ่มกรุงเทพบินได้
8 นาย วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล อิสระ
9 นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อิสระ
10 นาย ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน
11 นาย ประยูร ครองยศ อิสระ
12 พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช พรรคพลังประชารัฐ
13 นาย คมสัน พันธุ์วิชาติกุล อิสระ
14 นางสาว มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อิสระ
15 นาย โอฬาร ต้นตระกูล อิสระ
16 นางสาว ศรีรัตน์ ช่างเพ็ชร์ อิสระ
17 นางสาว ลลนา มงคลหัสดินทร์ อิสระ
18 นาย สมชัย เจริญวรเกียรติ อิสระ

วิเคราะห์เจาะลึก 6 ตัวเต็งที่มีลุ้นเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่

แม้จะมีผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนมากถึง 18 คน แต่เมื่อพิจารณาจากกระแสสังคม ผลสำรวจจากสำนักโพลต่าง ๆ และความเคลื่อนไหวทาง ข่าวไทย ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถสรุปกลุ่มผู้สมัครตัวเต็งที่มีบทบาทสำคัญได้ดังนี้:

เบอร์ 9 — ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ผู้สมัครอิสระ)

อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 ที่สร้างประวัติศาสตร์ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นกว่า 1.3 ล้านคะแนน ครั้งนี้เขากลับมาลงสมัครอีกครั้งเพื่อสานต่อภารกิจที่ยังคงค้างอยู่ภายใต้แนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน" โดยยังคงชูจุดเด่นเรื่องการทำงานเชิงรุกและการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการเมืองอย่างระบบ Traffy Fondue

  • จุดแข็ง: มีฐานคะแนนเสียงเดิมที่หนาแน่น มีความคุ้นเคยกับโครงสร้างระบบข้าราชการ กทม. เป็นอย่างดี และมีผลงานเชิงประจักษ์ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา
  • จุดอ่อน: การตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระเพื่อรับเลือกตั้งใหม่ถูกบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นความเหมาะสมและความคุ้มค่าของงบประมาณจัดเลือกตั้ง

เบอร์ 10 — ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน)

ดร.โจ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ถือเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาท้าชิงเก้าอี้ผู้บริหารเมืองหลวง ด้วยประวัติการศึกษาด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชูวิสัยทัศน์ในเรื่อง "กรุงเทพฯ ที่ง่ายกว่าเดิม" ด้วยการปฏิรูประบบราชการของ กทม. ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

  • จุดแข็ง: ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชนที่มีฐานเสียงคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนทำงานในกรุงเทพมหานครอย่างหนาแน่น รวมถึงโครงสร้างเครือข่าย สส. และ ส.ก. ที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่
  • จุดอ่อน: ขาดประสบการณ์ในการบริหารส่วนท้องถิ่นและการจัดการงบประมาณขนาดใหญ่ของภาครัฐในเชิงนโยบายระดับเมือง

เบอร์ 5 — อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์)

อดีตโฆษกรัฐบาลและอดีต สส. บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีรากฐานทางการเมืองในกรุงเทพมหานครยาวนานหลายทศวรรษ เขานำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นความมั่นคงด้านคุณภาพชีวิต ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง และยกระดับระบบบริการสาธารณสุขในชุมชน

  • จุดแข็ง: มีความเชี่ยวชาญด้านงานประสานงานกับ รัฐบาลไทย และหน่วยงานส่วนกลาง มีฐานเสียงดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์คอยสนับสนุน
  • จุดอ่อน: ความนิยมของพรรคในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงหลังมีการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องพยายามเข้าถึงกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ให้มากขึ้น

เบอร์ 14 — มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (ผู้สมัครอิสระ)

อดีต สส. บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผันตัวมาทำงานอิสระ เป็นที่รู้จักในฐานะสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์การเมืองที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เธอประกาศตัวเป็นผู้สมัครหญิงแกร่งที่พร้อมเข้ามาเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิด "เปลี่ยนกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยี" ผ่านแผนยุทธศาสตร์ 14 ด้าน

  • จุดแข็ง: มีทักษะการสื่อสารที่โดดเด่น เข้าถึงมวลชนได้หลากหลายกลุ่มผ่านช่องทางออนไลน์ นำเสนอนโยบายการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการจราจรด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงส่งเสริมโครงการ Street Food Paradise ผลักดันอาหารสะอาดขายได้ 24 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • จุดอ่อน: ลงสมัครในนามอิสระทำให้ไม่มีโครงสร้างผู้สมัคร ส.ก. ช่วยเดินหาเสียงสนับสนุนในระดับเขตพื้นที่อย่างเป็นระบบ

เบอร์ 13 — คมสัน พันธุ์วิชาติกุล (ผู้สมัครอิสระ)

นักกฎหมายและนักวิชาการรุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปการบริหารงานของกรุงเทพมหานครตามหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น

เบอร์ 1 — ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (ผู้สมัครอิสระ)

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เสนอตัวเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองหลวงโดยเฉพาะ เน้นนโยบายพลังงานสะอาดและการยกระดับพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นระบบเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

เปรียบเทียบนโยบายหลักของผู้สมัครรายสำคัญเพื่อกรุงเทพที่ดีขึ้น

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครแต่ละรายพยายามหาแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพมหานครที่แตกต่างกันออกไป ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบข้อเสนอด้านนโยบายหลักในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของคนกรุง:

ปัญหาหลักของกรุงเทพฯ แนวทางแก้ไขของผู้สมัครแต่ละกลุ่ม
ปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำ
  • ชัชชาติ (เบอร์ 9): พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพท่อระบายน้ำขนาดย่อย ปรับปรุงระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมและแผนที่น้ำท่วม (Flood Map) แบบเรียลไทม์
  • ชัยวัฒน์ (เบอร์ 10): นำระบบเซนเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำอัจฉริยะมาใช้วิเคราะห์เพื่อเปิด-ปิดประตูระบายน้ำอัตโนมัติ
  • อนุชา (เบอร์ 5): เร่งรัดโครงการอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่และประสานงานร่วมกับจังหวัดปริมณฑลเพื่อบริหารจัดการน้ำไหลผ่านแบบบูรณาการ
การจราจรและรถติด
  • มัลลิกา (เบอร์ 14): นำเทคโนโลยี AI มาควบคุมสัญญาณไฟจราจรเพื่อลดปัญหาการสะสมของรถในชั่วโมงเร่งด่วน
  • ชัยวัฒน์ (เบอร์ 10): ปฏิรูประบบขนส่งมวลชนสายรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากซอยลึกสู่ระบบรถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ชัชชาติ (เบอร์ 9): จัดระเบียบการจอดรถบนทางสาธารณะ และพัฒนาระบบทางข้ามอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยของคนเดินเท้า
ฝุ่นละออง PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม
  • ม.ล. กรกสิวัฒน์ (เบอร์ 1): ชูการติดตั้งระบบฟอกอากาศชุมชนและการสนับสนุนยานยนต์พลังงานสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมด
  • มัลลิกา (เบอร์ 14): ใช้ระบบ AI ตรวจจับวิเคราะห์กลุ่มควันดำจากรถยนต์ในพื้นที่หนาแน่น และบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • ชัชชาติ (เบอร์ 9): เดินหน้าโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นกำแพงกรองฝุ่นธรรมชาติทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ
เศรษฐกิจฐานรากและปากท้อง
  • มัลลิกา (เบอร์ 14): ขับเคลื่อน "Street Food Paradise" ส่งเสริมการค้าขายริมทางที่ถูกสุขลักษณะและมีระบบจัดการขยะที่ดี พร้อมสนับสนุนให้ทำการค้าได้ 24 ชั่วโมง
  • ชัยวัฒน์ (เบอร์ 10): นำระบบดิจิทัลมาช่วยพ่อค้าแม่ค้าในการยื่นขออนุมัติจัดตั้งตลาดชุมชนโดยไม่ต้องผ่านระบบเส้นสาย
  • อนุชา (เบอร์ 5): จัดสรรพื้นที่ทำกินของรัฐและที่ดินเปล่าของ กทม. ให้ประชาชนเช่าในราคาถูกเพื่อลดค่าครองชีพ

ปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพที่ยังรอการแก้ไขและขอบเขตอำนาจผู้ว่าฯ

สิ่งหนึ่งที่ ประชาชน ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำเป็นต้องทำความเข้าใจคือ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้เกิดความคาดหวังที่เกินจริงหรือหลงเชื่อในนโยบายหาเสียงที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริงเนื่องจากติดข้อจำกัดด้านอำนาจทางกฎหมายและการจัดสรรงบประมาณ

สิ่งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ผู้ว่าฯ กทม. โดยตรง:

  • การรักษาความสะอาด การจัดการขยะมูลฝอย และการกำจัดสิ่งปฏิกูล
  • การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น อัคคีภัย และปัญหาน้ำท่วมขังในถนนสายหลักและสายรองของ กทม.
  • การผังเมือง การควบคุมอาคาร และการปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้า ถนน และตรอกซอกซอย
  • การจัดการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
  • การสาธารณสุขขั้นปฐมภูมิผ่านศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.

สิ่งที่อยู่นอกอำนาจจัดการของ กทม. หรือต้องประสานงานร่วมกับรัฐบาลกลาง:

  • ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน: แม้ กทม. จะมีส่วนร่วมในโครงการรถไฟฟ้าบางสาย (เช่น บีทีเอส) แต่โครงสร้างราคารวมและการกำหนดทิศทางนโยบายรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ขึ้นตรงกับกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลกลาง
  • ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ข้ามเขต: แหล่งกำเนิดฝุ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ทางการเกษตรในต่างจังหวัดหรือประเทศเพื่อนบ้าน และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่นอกเขตอำนาจปกครองของ กทม. จึงต้องอาศัยกลไกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • งานจราจรและตำรวจ: การบังคับใช้กฎหมายจราจร การตั้งด่าน และการจัดการสัญญานไฟจราจรในภาพรวมเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กทม.

ย้อนดูผลงาน 4 ปีของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (2565-2569) มีอะไรสำเร็จและติดขัด

ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ดำเนินนโยบายภายใต้แผนพัฒนา 9 ด้าน หรือ "9 ดี" โดยจากการสรุปข้อมูลเชิงสถิติพบว่ามีโครงการที่บรรลุเป้าหมายและโครงการที่ยังมีข้อจำกัด ดังต่อไปนี้:

โครงการที่สามารถทำได้สำเร็จเป็นรูปธรรม:

  1. ระบบ Traffy Fondue: สามารถเปลี่ยนผ่านกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนจากเดิมที่ล่าช้าให้กลายมาเป็นระบบดิจิทัล ส่งผลให้มีเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนได้รับการแก้ไขไปแล้วมากกว่า 500,000 เรื่อง
  2. การปรับปรุงทางเท้า: มีการซ่อมแซมและปรับปรุงมาตรฐานทางเท้าทั่วกรุงไปแล้วเป็นระยะทางรวมกว่า 1,200 กิโลเมตรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนเดินเท้าและผู้พิการ
  3. นโยบาย Open Data: เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและแผนงานของกรุงเทพมหานครผ่านทางเว็บไซต์เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้จากภาคประชาชน

ประเด็นที่ยังพบอุปสรรคและยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้น:

  • การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมรอการระบาย: แม้จะมีการขุดลอกท่อระบายน้ำขนานใหญ่ แต่ในพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด เช่น โซนรามคำแหง หรือสุขุมวิทตอนปลาย ยังคงพบปัญหาน้ำท่วมขังรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกหนักเกินกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
  • การจัดการฝุ่นละอองขนาดเล็ก: ดัชนีคุณภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในช่วงฤดูหนาวยังคงแตะระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามาตรการการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นในเขตเมืองยังต้องได้รับการยกระดับและบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น

วิธีตรวจสอบสิทธิและขั้นตอนก่อนเดินทางไปหน่วยเลือกตั้ง

ก่อนที่คุณจะออกเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ แนะนำให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลสิทธิเลือกตั้งและสถานที่ลงคะแนนล่วงหน้า เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้งของตนเอง โดยสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายดายผ่านขั้นตอนดังนี้:

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของสำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย หรือผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ของ กกต.
  2. กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงในช่องค้นหา
  3. ระบบจะแสดงข้อมูลรายชื่อ ลำดับที่ในบัญชีรายชื่อ เขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง และสถานที่ตั้งของคูหาลงคะแนนที่ท่านต้องไปใช้สิทธิ

นอกจากนี้ ท่านยังสามารถตรวจสอบรายชื่อจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่ทางสำนักงานเขตส่งตรงมายังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของท่านก่อนหน้านี้ได้เช่นกัน หากพบว่าไม่มีชื่อหรือมีรายชื่อบุคคลอื่นเกินเข้ามาในทะเบียนบ้าน สามารถติดต่อยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ทันทีก่อนเวลาปิดหีบลงคะแนน

บทสรุปของการตัดสินใจเพื่ออนาคตของกรุงเทพฯ

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกผู้บริหารเข้ามาแก้ปัญหาชีวิตประจำวันอย่างเรื่องน้ำท่วม ฝุ่น หรือรถติดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงภาพรวมของความคิดเห็นและพลังของภาคประชาชนที่มีต่อกระแส การเมืองไทยวันนี้ ทั่วประเทศอีกด้วย การออกไปทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการร่วมกำหนดอนาคตของเมืองหลวงและคุณภาพชีวิตของตัวคุณเอง

หลังจากปิดหีบลงคะแนนในเวลา 17:00 น. คุณสามารถติดตามรายงานผลการนับคะแนนสดอย่างไม่เป็นทางการ ผลการวิเคราะห์แนวโน้มผู้ชนะ และประเด็นเด่นรอบวันได้ที่หน้า ข่าวสรุปประเด็นร้อน ของพวกเรา ทีมงาน บทความทั้งหมด ของ The World Ready จะยังคงเกาะติดสถานการณ์สำคัญนี้เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลางที่สุดให้กับคนไทยทุกคน