ทำไมต้องรู้จัก 4 ตัวเต็งนี้ก่อนหย่อนบัตร

แม้จะมีผู้สมัครรับเลือกตั้งถึง 18 คน แต่เมื่อพิจารณาจากกระแสสังคม ผลสำรวจ และความเคลื่อนไหวในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีผู้สมัคร 4 คนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและมีโอกาสลุ้นเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่อย่างจริงจัง บทความนี้ไม่ได้เชียร์ใคร แต่จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของแต่ละคน เพื่อประกอบการตัดสินใจด้วยตัวเอง

ผลสำรวจล่าสุดจาก นิด้าโพล (เผยแพร่ 19 มิถุนายน 2569) สะท้อนภาพได้ชัดเจน:

  • อันดับ 1 — ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 72.35
  • อันดับ 2 — มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 9.60
  • อันดับ 3 — ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 8.80
  • อันดับ 4 — อนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 3.10

ตัวเลขเหล่านี้คือ "ความตั้งใจจะเลือก" ณ ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ไม่ใช่ผลการเลือกตั้งจริง แต่ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนกระแสสังคมได้ดี

เบอร์ 9 — ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ คนเดิมที่กลับมา

ชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 17 ที่สร้างประวัติศาสตร์ชนะด้วยคะแนนกว่า 1.3 ล้านเสียงในปี 2565 ครั้งนี้เขาลาออกก่อนครบวาระและกลับมาลงสมัครใหม่ โดยยังชูแนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน" พร้อมสานต่อนโยบายที่ยังค้างอยู่

นโยบายที่โดดเด่น:

  • สานต่อ Traffy Fondue และ Open Bangkok
  • ทางเท้า ระบบระบายน้ำ พื้นที่สีเขียว
  • นโยบาย 9 ดี 216 ข้อที่ยังทำไม่เสร็จ
จุดแข็งจุดอ่อน
ฐานเสียงเดิมหนาแน่นถูกตั้งคำถามเรื่องลาออกก่อนครบวาระ
มีผลงานเชิงประจักษ์จริงบางนโยบายยังทำไม่สำเร็จในสมัยแรก
คุ้นเคยระบบข้าราชการ กทม.กระแสความคาดหวังสูงมาก อาจกลายเป็นแรงกดดัน

เบอร์ 14 — มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครหญิงที่มาแรงเกินคาด

อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ผันตัวมาลงสมัครอิสระ เป็นที่รู้จักในฐานะสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์การเมือง ชู 14 แผนยุทธศาสตร์พัฒนากรุงเทพฯ เธอขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ในโพลนิด้า แซงหน้าผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหญ่

นโยบายที่โดดเด่น:

  • แก้ฝุ่น PM2.5 และจราจรด้วย AI
  • Street Food Paradise — อาหารสะอาดขายได้ 24 ชั่วโมง
  • เปลี่ยนกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยีครบวงจร
จุดแข็งจุดอ่อน
ทักษะสื่อสารและเข้าถึงมวลชนออนไลน์สูงมากไม่มีโครงสร้าง ส.ก. สนับสนุนในระดับเขต
นโยบายเศรษฐกิจฐานรากชัดเจนยังไม่มีประวัติบริหารองค์กรขนาดใหญ่
เป็นตัวเลือก "ทางสาม" ที่หลายคนมองหาฐานเสียงประจำในกรุงเทพฯ ยังไม่กว้างเท่าคู่แข่ง

เบอร์ 10 — ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ตัวแทนคนรุ่นใหม่จากพรรคประชาชน

ดร.โจ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน จบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากจุฬาฯ ชูวิสัยทัศน์ "กรุงเทพฯ ที่ง่ายกว่าเดิม" ด้วยการปฏิรูปราชการ กทม. ให้เป็นดิจิทัล 100%

นโยบายที่โดดเด่น:

  • ดิจิทัลราชการ กทม. เบ็ดเสร็จในแอปเดียว
  • ลดขั้นตอนบริการประชาชน ไม่ต้องคิวยาว
  • ใช้ข้อมูลและ AI วิเคราะห์ปัญหาเมืองแบบ Real-time
จุดแข็งจุดอ่อน
หนุนหลังโดยพรรคที่มีฐานเสียงคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯขาดประสบการณ์บริหารส่วนท้องถิ่นโดยตรง
เครือข่าย สส. และ ส.ก. กระจายครบทุกเขตภาพลักษณ์ยังติดอยู่กับการเป็น "นักการเมืองพรรค"
นโยบายดิจิทัลตอบโจทย์คนทำงานบางกลุ่มยังมองว่าขาดความ "ลึก" ด้านการบริหารเมือง

เบอร์ 5 — อนุชา บูรพชัยศรี เดิมพันของพรรคประชาธิปัตย์

อดีตโฆษกรัฐบาลและ สส. บัญชีรายชื่อ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีรากฐานในกรุงเทพฯ มายาวนาน ชูนโยบายคุณภาพชีวิต ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง และยกระดับบริการสาธารณสุขชุมชน

นโยบายที่โดดเด่น:

  • ยกระดับระบบบัตรทองกรุงเทพฯ
  • ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
  • ประสานงานกับรัฐบาลกลางเพื่อแก้ปัญหาใหญ่
จุดแข็งจุดอ่อน
ประสบการณ์ประสานงานกับหน่วยงานรัฐบาลกลางความนิยมพรรคในกรุงเทพฯ ช่วงหลังลดลง
ฐานเสียงดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ต้องพิสูจน์ตัวเองกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่คุ้นชื่อ
ภาพลักษณ์สุภาพ น่าเชื่อถือคะแนนโพลยังห่างจาก 3 อันดับแรกพอสมควร

เปรียบ 4 ตัวเต็งในภาพรวม

ลองดูภาพรวมทั้ง 4 คนเคียงกันในประเด็นสำคัญที่คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ:

ประเด็นชัชชาติ (9)มัลลิกา (14)ชัยวัฒน์ (10)อนุชา (5)
น้ำท่วมสานต่อระบบเดิมระบายน้ำ AIข้อมูล Real-timeประสาน รัฐบาลกลาง
รถติดขนส่งสาธารณะจราจร AIดิจิทัล 100%ระเบียบเรียบร้อย
ฝุ่น PM2.5พื้นที่สีเขียวAI + กฎหมายข้อมูล sensorประสานกระทรวง
เศรษฐกิจตลาดชุมชนStreet Food 24hลดขั้นตอน SMEสวัสดิการชุมชน
ประสบการณ์บริหารสูงมากปานกลางต่ำปานกลาง
ฐานเสียงหลักอิสระ-ทั่วไปออนไลน์-อิสระคนรุ่นใหม่-พรรคดั้งเดิม-พรรค

ปัญหากรุงเทพฯ ที่ผู้ว่าฯ คนใหม่ต้องเผชิญ

ไม่ว่าใครจะได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 ก็ต้องเผชิญกับโจทย์เดิมที่แก้ได้ยากมาตลอดหลายสิบปี ซึ่งเป็นที่มาของการแข่งขันนโยบายในครั้งนี้

  • น้ำท่วม — ยังเกิดซ้ำในพื้นที่เดิมทุกปีแม้มีการลงทุนระบบระบายน้ำไปหลายพันล้านบาท
  • ฝุ่น PM2.5 — เกินมาตรฐานทุกปี แต่ผู้ว่าฯ มีอำนาจจัดการได้เพียงบางส่วน เพราะแหล่งมลพิษหลักอยู่นอกเขต กทม.
  • รถติด — ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลายแห่ง ทั้ง กทม. รัฐบาลกลาง และบริษัทรถไฟฟ้า
  • เศรษฐกิจฐานราก — ผู้ค้าหาบเร่ แผงลอย ยังต้องการนโยบายที่ชัดเจนและยั่งยืน

สิ่งที่น่าสังเกตคือ โจทย์เหล่านี้ปรากฏในนโยบายของทุกสมัย ตั้งแต่ผู้ว่าฯ รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ "คน" หรือ "ระบบ"

สรุป — เลือกตาม "สิ่งที่คุณอยากเห็นในกรุงเทพฯ"

ทั้ง 4 ตัวเต็งมีจุดยืน ประสบการณ์ และนโยบายที่แตกต่างกันชัดเจน การตัดสินใจที่ดีที่สุดคือการเลือกตามสิ่งที่คุณอยากเห็นในกรุงเทพฯ ในอีก 4 ปีข้างหน้า ไม่ใช่เพียงแค่ตามกระแสหรือผลโพล

ติดตามข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 และสถานการณ์การเมืองไทยล่าสุดได้ที่ The World Ready และอย่าลืม — วันนี้เปิดคูหาถึง 17:00 น. ออกไปใช้สิทธิได้เลยครับ