🔥 เกิดความตึงเครียดหนักในรัฐสภา เมื่อกลุ่มสื่อมวลชนตบเท้าเข้าร้องเรียนกรรมาธิการฯ หลังโดนฟ้องปิดปาก (SLAPPs) เพียงเพราะทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการรัฐ พร้อมกรณีร้อนที่ สส. และ สว. ต่างรุมจวกนายกฯ และพรรคภูมิใจไทยที่ขู่ฟ้อง “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” จาก iLaw จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองว่า กฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปากกำลังจะถูกทำหมันตั้งแต่อยู่ในมุ้งหรือไม่
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารคืออาวุธสำคัญ การที่สื่อและภาคประชาสังคมถูกใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่ (Strategic Lawsuit Against Public Participation หรือ SLAPPs) ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่อำนาจรัฐขยับตัวเข้าหาภาคประชาชนและสื่อรุนแรงขึ้นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะ "อากาศหายใจ" ของการตรวจสอบที่ตีบตันลง การฟ้องร้องไม่เพียงแต่สร้างภาระค่าใช้จ่ายและเวลา แต่ยังเป็นแรงกดดันทางจิตวิทยาที่มุ่งหวังให้เกิดความหวาดกลัว (Chilling Effect) จนไม่กล้าเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของโครงการภาครัฐที่ใช้งบประมาณภาษีของพวกเราทุกคน
สิ่งที่เกิดขึ้น:
- ภคมน หนุนอนันต์ สส. ในฐานะตัวแทนรับหนังสือร้องเรียนจากสื่อมวลชนที่ตกเป็นเหยื่อการฟ้อง SLAPPs จากการนำเสนอข่าวตรวจสอบโครงการรัฐ
- บรรยากาศในที่ประชุม กมธ. การพัฒนาการเมืองฯ เต็มไปด้วยความดุเดือด เมื่อ สส. และ สว. หลายฝ่ายประสานเสียงจวกนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย กรณีมีการขู่ฟ้อง “ยิ่งชีพ” จาก iLaw ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความใจแคบต่อการวิพากษ์วิจารณ์
- ฝ่ายนิติบัญญัติแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า ร่างกฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปากที่ควรจะเข้ามาคุ้มครองผู้ตรวจสอบ กำลังถูกแทรกแซงหรือทำให้เป็นหมันก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร
- สื่อมวลชนและภาคประชาชนยืนยันว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบไม่ได้มีเจตนาทำลายล้าง แต่เป็นการทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตยที่ต้องการความโปร่งใสในโครงการของรัฐ
🇹🇭 มุมมองไทย:
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ “สื่อ” หรือ “นักกิจกรรม” แต่มันคือเรื่องของ “เราทุกคน” ในฐานะเจ้าของภาษี การที่โครงการรัฐถูกตรวจสอบไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย แต่การที่โครงการเหล่านั้นถูกตรวจสอบแล้วผู้ตรวจสอบต้อง “ขึ้นศาล” กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความทุจริตซุกอยู่ใต้พรมได้ง่ายขึ้น หากกฎหมาย SLAPPs ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง หรือถูกทำให้เป็นเพียงเสือกระดาษ จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย เพราะโครงการโครงสร้างพื้นฐานหรือสวัสดิการต่างๆ อาจถูกทุจริตโดยไร้คนกล้าขวาง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ ท่าทีของรัฐบาลว่าจะเลือก “เปิดกว้าง” รับฟังคำวิจารณ์ หรือจะเลือก “ปิดปาก” ด้วยกฎหมาย ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทยปี 2569
"การฟ้องปิดปากไม่ได้ทำร้ายแค่คนที่โดนฟ้อง แต่เป็นการทำลายระบอบการตรวจสอบที่ประชาชนควรจะได้รับ และทำให้ความโปร่งใสกลายเป็นเพียงนามธรรมที่จับต้องไม่ได้"
ก้าวต่อไปคือการติดตามว่า กมธ. จะสามารถผลักดันกฎหมายต้าน SLAPPs เข้าสู่สภาได้สำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางกระแสกดดันจากฝ่ายการเมืองที่ไม่อยากให้กฎหมายนี้เกิดขึ้น เราในฐานะคนไทยต้องร่วมกันจับตาดูว่า เสรีภาพในการตั้งคำถามจะยังเหลืออยู่ในสังคมไทยมากน้อยเพียงใด
แหล่งข่าว: ไทยรัฐ
#สรุปข่าววันนี้ #การเมืองไทย #SLAPPs #TheWorldReady