ปี ค.ศ. 1700 นักเดินทางชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมาถึงปากน้ำเจ้าพระยาบันทึกไว้ว่า "ไม่มีเมืองใดในยุโรปงดงามเท่านี้" อยุธยามีประชากรกว่า 1 ล้านคน — มากกว่าลอนดอนในยุคเดียวกัน พ่อค้าจากกว่า 40 ชาติทำธุรกิจที่นี่ วัดทองกว่า 400 แห่งตั้งตระหง่านทั่วเกาะ
สิ่งที่ตำราเรียนส่วนใหญ่ข้ามผ่านคือสภาพภายในของอยุธยาก่อนเสียกรุง ในช่วง 30 ปีก่อนล่มสลาย อยุธยามีกษัตริย์เปลี่ยนไปถึง 7 พระองค์ บางพระองค์ครองราชย์ไม่ถึงปี ขุนนางกลุ่มต่างๆ วางแผนสังหารกัน แย่งบัลลังก์กัน จนกองทัพอ่อนแอลงทุกปี
ไม่มีใครสนใจสร้างกองทัพ ทุกคนสนใจแค่อำนาจในวัง
"ชายที่ทุกคนทิ้งไว้ รวบรวมทหาร 500 คน และพลิกประวัติศาสตร์ทั้งประเทศใน 7 เดือน"
— พระยาตาก หลังเสียกรุง 2310วันที่ 7 เมษายน 2310 กองทัพพม่าเจาะกำแพงเมืองด้านตะวันออกได้สำเร็จ ไม่ใช่เพราะกำแพงอ่อนแอ แต่เพราะมีทหารไม่พอรักษา บันทึกหลายแห่งระบุว่ามีการเปิดประตูเมืองให้ข้าศึกโดยคนภายใน เพราะหมดศรัทธาในผู้นำ
ทองคำที่ฉาบพระพุทธรูปและโบสถ์วิหารทั่วพระนคร ถ้านำมารวมกันประเมินกันว่ามีมูลค่าเทียบเท่า หลายแสนล้านบาท ในปัจจุบัน — และหายไปในคืนเดียว
พระยาตาก ฝ่าวงล้อมออกมาพร้อมทหารเพียง 500 คนในคืนที่กรุงแตก แทนที่จะหนี เขาเริ่มรวบรวมกำลัง ภายใน 7 เดือน เขามีกองทัพหมื่นกว่าคน และในปีเดียวกันนั้นเอง เขากู้กรุงคืนได้สำเร็จ
อยุธยาไม่ได้แตกเพราะข้าศึกแข็งแกร่งเกินไป แต่แตกเพราะ ความแตกแยกภายใน — สูตรเดียวกันที่ทำลายอาณาจักรมาทุกยุค ตั้งแต่โรมจนถึงอยุธยา และก็ยังเกิดขึ้นซ้ำๆ กับประเทศต่างๆ ในโลกวันนี้
คิดอะไรอยู่? ถ้าย้อนเวลาไปได้ คุณคิดว่าอยุธยาจะรอดได้ไหม — และต้องเปลี่ยนอะไร? บอกเราในคอมเมนต์ด้านล่าง
แหล่งอ้างอิง
- ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (SAC) — ฐานข้อมูลประวัติศาสตร์อยุธยา
- สุเนตร ชุตินธรานนท์. พม่ารบไทย. มติชน 2546
- Baker, C. & Phongpaichit, P. A History of Thailand. Cambridge, 2005
- สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ — เอกสารยุคอยุธยาตอนปลาย