ลองจินตนาการถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 ท่ามกลางเขม่าควันและซากปรักหักพังของฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นต้องยอมจำนนอย่างราบคาบในสงครามโลกครั้งที่ 2
ในเวลานั้น ประเทศไทยซึ่งลงนามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นและประกาศสงครามกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ กลับแทบไม่ได้รับความเสียหายทางกายภาพในระดับวิกฤต และรอดพ้นจากการตกเป็นประเทศผู้แพ้สงครามได้อย่างเหลือเชื่อ
อะไรคือเบื้องหลังแผนการทูตที่ซับซ้อนราวกับบทภาพยนตร์จารกรรมระดับโลกนี้? เรามาร่วมย้อนเวลากลับไปหาคำตอบที่น่าทึ่งนี้พร้อมกันครับ
ย้อนกลับไปในวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 เวลาประมาณ 02.00 น. กองทัพญี่ปุ่นเปิดฉากบุกประเทศไทยพร้อมๆ กับการโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ในฮาวาย
ทหารญี่ปุ่นนับหมื่นนายยกพลขึ้นบกตามชายฝั่งอ่าวไทยหลายจุด เช่น ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช ทหาร ตำรวจ และยุวชนทหารไทยจับอาวุธขึ้นต่อสู้อย่างสุดกำลัง
การปะทะกันดำเนินไปอย่างดุเดือดนานหลายชั่วโมง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากในเช้าวันนั้น ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของรัฐบาลในกรุงเทพฯ
หลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้สั่งการให้หยุดยิงและยอมอนุญาตให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านดินแดนไทย
รัฐบาลไทยประเมินว่า หากเดินหน้าต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นที่มีแสนยานุภาพเหนือกว่าหลายเท่าตัวต่อไปโดยไม่มีพันธมิตรคอยหนุนหลัง มันจะไม่ใช่การปกป้องชาติ แต่จะเป็น "การฆ่าตัวตายหมู่" ของคนในชาติเสียมากกว่า
หลังจากยอมจำนนให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่าน ความตึงเครียดในภูมิภาคก็ทวีความรุนแรงขึ้น จนกระทั่งในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485 รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่หน้าประวัติศาสตร์ต้องจารึกเกิดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ตัดสินใจกระทำการที่อาจมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตในข้อหากบฏ
ม.ร.ว. เสนีย์ ปฏิเสธที่จะส่งหนังสือประกาศสงครามฉบับนั้นให้แก่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยเลือกที่จะเก็บเอกสารสำคัญนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อของตนเอง
ท่านได้แจ้งต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า การประกาศสงครามครั้งนี้ไม่ได้มาจากเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนไทย แต่เกิดขึ้นภายใต้การบังคับขู่เข็ญของกองทัพญี่ปุ่นที่ยึดครองพื้นที่อยู่
ฝ่ายสหรัฐฯ นำโดย คอร์เดลล์ ฮัลล์ รัฐมนตรีต่างประเทศในขณะนั้น รับฟังเหตุผลและเห็นพ้องที่จะไม่ถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศศัตรูอย่างเป็นทางการ ซึ่งนี่กลายเป็นไพ่ใบสำคัญที่ช่วยเซฟประเทศในเวลาต่อมา
"เราไม่ยอมรับรัฐบาลกรุงเทพฯ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น และเราถือว่าท่านเป็นตัวแทนของประเทศไทยที่เป็นอิสระ" — ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต่อ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช
ในขณะที่ฉากหน้าของรัฐบาลไทยดูเหมือนจะคล้อยตามญี่ปุ่น แต่ฉากหลังกลับมีการก่อตัวของ "ขบวนการเสรีไทย" (Free Thai Movement) ขึ้นอย่างลับๆ ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2484
กลุ่มคนไทยในต่างแดน ทั้งในสหรัฐฯ และอังกฤษ รวมถึงกลุ่มในประเทศที่นำโดย นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต่างร่วมมือกันทำงานใต้ดินเพื่อต่อต้านญี่ปุ่น
ขบวนการนี้ทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยข่าวกรองของฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น OSS (Office of Strategic Services ซึ่งต่อมาคือ CIA) ของสหรัฐฯ และ SOE (Special Operations Executive) ของอังกฤษ
ภารกิจของพวกเขาเต็มไปด้วยอันตราย มีการส่งสายลับแทรกซึมเข้ามาในไทยเพื่อส่งข้อมูลสภาพอากาศ แผนที่ พิกัดกองทัพญี่ปุ่น และช่วยเหลือเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีของสงคราม
!!SHOCK!!
เรื่องราวที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้นำที่ลงนามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น แท้จริงแล้วดำเนินนโยบาย "เหยียบเรือสองแคม" อย่างเป็นระบบ โดยนอกจากหน้าฉากที่โอนอ่อนตามญี่ปุ่นแล้ว จอมพล ป. ยังแอบส่งนายทหารคนสนิทไปติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตรผ่านทางประเทศจีนอย่างลับๆ พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้สร้าง "นครบาลเพชรบูรณ์" เมืองหลวงสำรองในป่าลึกเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธสำหรับทำสงครามกองโจรขับไล่ญี่ปุ่นเมื่อถึงเวลาอันควร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าญี่ปุ่นจะต้องพ่ายแพ้ในที่สุด
!!END!!
เมื่อญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ทั่วทั้งโลกต่างจับตามองว่าชะตากรรมของประเทศไทยจะดำเนินไปในทิศทางใด
ในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2488 นายปรีดี พนมยงค์ ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ออก "ประกาศสันติภาพ" ระบุว่า การประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ และอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2485 นั้นเป็น "โมฆะ" เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ของประชาชน
สหรัฐอเมริกาที่คอยสนับสนุนขบวนการเสรีไทยมาตลอด รีบยอมรับข้อแถลงนี้ทันที ส่งผลให้ไทยไม่ต้องตกเป็นประเทศผู้แพ้สงครามในสายตาของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ฝั่งอังกฤษที่สูญเสียดินแดนในมลายูและพม่าไม่ได้ยอมง่ายๆ พวกเขายังคงมีท่าทีแข็งกร้าวและมองว่าไทยต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสีย อังกฤษจึงได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายสงครามเป็น "ข้าวสาร" จำนวนสูงถึง 1.5 ล้านตัน
หลังจากการเจรจาอันตึงเครียดภายใต้ความช่วยเหลือทางการทูตจากสหรัฐฯ ในที่สุดตามข้อตกลงสมบูรณ์แบบ (Formal Agreement) ปี พ.ศ. 2489 ไทยยอมส่งมอบข้าวสารจำนวน 1.2 ล้านตันโดยไม่คิดมูลค่า
การยอมเสียสละข้าวสารจำนวนมหาศาลนี้ แลกกับการที่อังกฤษยอมรับสถานะความเป็นรัฐอิสระของไทย และทำให้ไทยรอดพ้นจากการถูกยึดครองประเทศเหมือนอย่างที่เยอรมนีและญี่ปุ่นต้องเผชิญ
การรอดพ้นจากภัยสงครามครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติของไทย ไม่ได้เกิดขึ้นจากความโชคดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการทูตที่ยืดหยุ่น การทำงานใต้ดินที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกของกลุ่มเสรีไทย และการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบของผู้นำในขณะนั้น
??CTA??
หากคุณต้องย้อนเวลากลับไปในเช้าวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 คุณคิดว่าการตัดสินใจของรัฐบาลไทยในขณะนั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วภายใต้ข้อจำกัดที่มี หรือเรายังมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ในหน้าประวัติศาสตร์? ร่วมแบ่งปันมุมมองของคุณได้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ครับ
??END??
แหล่งอ้างอิงและค้นคว้าเพิ่มเติม
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. คู่มือการสอนอบรมวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565). กองทัพบก, 2565. (บทที่ 5 หน้า 158–164)
Reynolds, E. Bruce. Thailand and Japan's Southern Advance, 1940–1945. St. Martin's Press, 1994.
Aldrich, Richard J. Intelligence and the War Against Japan: Britain, America and the Politics of Secret Service. Cambridge University Press, 2000.
ฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (SAC). sac.or.th
เอกสารขบวนการเสรีไทย พ.ศ. 2484–2488, หอจดหมายเหตุแห่งชาติ.
แหล่งอ้างอิง
- โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. คู่มือการสอนอบรมวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565). กองทัพบก, 2565. บทที่ 5 หน้า 158–164
- Reynolds, E. Bruce. Thailand and Japan's Southern Advance, 1940–1945. St. Martin's Press, 1994 — งานวิชาการมาตรฐานเรื่องไทยในสงครามโลกครั้งที่ 2
- Aldrich, Richard J. Intelligence and the War Against Japan: Britain, America and the Politics of Secret Service. Cambridge University Press, 2000
- ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (SAC). ฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่. sac.or.th
- หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารขบวนการเสรีไทย พ.ศ. 2484–2488