ประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยวันนี้ที่สร้างแรงกระเพื่อมในกลุ่มผู้บริโภคอย่างมาก คงหนีไม่พ้นผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่อย่างโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งผลสำรวจชี้ว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 55.4 แสดงความพึงพอใจต่อโครงการนี้อย่างมาก โดยมองว่าตอบโจทย์ค่าครองชีพในปัจจุบันได้ดีกว่าโครงการคนละครึ่งในอดีต เนื่องจากสัดส่วนการช่วยจ่ายของภาครัฐที่ปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป 💸
รายละเอียดที่น่าสนใจจากผลสำรวจประเด็นดังกล่าว มีดังนี้:
- รัฐช่วยจ่ายมากกว่าเดิม: โครงการไทยช่วยไทยพลัสนี้ รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายสูงถึง 60% ขณะที่ประชาชนจ่ายเองเพียง 40% ในวงเงินคนละ 4,000 บาท ซึ่งแตกต่างจากโครงการคนละครึ่งเดิมที่ช่วยจ่ายในสัดส่วน 50:50 ทำให้ผู้มีรายได้น้อยรู้สึกว่าช่วยลดภาระทางการเงินได้จริงและจับต้องได้มากขึ้น
- ความพึงพอใจในสัดส่วนช่วยเหลือ: ประชาชนมองว่าการที่รัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายในสัดส่วนที่มากกว่า เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นโยบายนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้พอใจในระดับดีมากถึงร้อยละ 55.4
- ความคาดหวังด้านระบบและร้านค้า: ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่คาดหวังว่าระบบแอปพลิเคชันและการลงทะเบียนจะมีความเสถียร ไม่ติดขัดเหมือนโครงการในอดีต รวมถึงต้องการให้มีการกระจายร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุมร้านค้ารายย่อยในชุมชน ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่แค่ร้านค้าขนาดใหญ่
- อัตราการตัดสินใจเข้าร่วม: ตัวเลขอัตราส่วนรัฐช่วย 60% กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
วิเคราะห์โดยทีม The World Ready: แม้ผลโพลจะแสดงให้เห็นว่าประชาชนพึงพอใจต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจนี้อย่างมาก แต่การขับเคลื่อนนโยบายจากรัฐมนตรีและรัฐบาลในระยะยาวมักถูกตั้งคำถามจากฝ่ายค้านในประเด็นเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณแผ่นดิน ในบริบทของสังคมไทย โครงการในลักษณะแจกเงินหรือช่วยจ่ายมักได้ใจคนในเมืองหลวงที่เข้าถึงสมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีได้ง่าย แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการทำให้ประชาชนในต่างจังหวัดและกลุ่มผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงสิทธิ์นี้ได้อย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ การอุดหนุนงบประมาณในอัตราส่วนที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นการบริโภคได้ในระยะสั้น แต่อาจไม่ได้ส่งผลต่อการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ไขควบคู่กันไป
"จ่ายน้อยลงแต่ได้ของเท่าเดิม ท่ามกลางยุคของแพงแบบนี้ ถือเป็นมาตรการที่ช่วยต่อลมหายใจให้เงินในกระเป๋าได้ดีทีเดียว"
ต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อเริ่มเปิดให้ใช้งานจริงในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ระบบการจัดการจะราบรื่นและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้หรือไม่
แหล่งข่าว: Thai PBS
#ข่าวการเมืองไทย #นโยบายรัฐบาล #ไทยช่วยไทยพลัส #TheWorldReady